Back to Homa Page About RCOT Committee Carlendar CME Journal Links Webboard Member Contact Sitemap

 

การเจาะคอ
(Tracheostomy)

    ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

การเจาะคอ คือการสร้างทางติดต่อระหว่างท่อลม (trachea) กับผิวหนังบริเวณด้านหน้าของลำคอ เพื่อให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกขึ้น   โดยจุดประสงค์ในการเจาะคอแตกต่างกันไป  ในผู้ป่วยแต่ละราย เช่น 

  • เพื่อบรรเทาอาการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจ (airway obstruction) ได้แก่  ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งกล่องเสียงหรือท่อลมตีบ, ผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ชนิดรุนแรง
  • เพื่อให้ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นระยะเวลานานได้โดยไม่มีผลข้างเคียงของการที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจเป็นระยะเวลานาน   
  • เพื่อสามารถดูดเสมหะในท่อลมและหลอดลมได้ดีขึ้นโดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่รู้สติ 
  • เพื่อช่วยปกป้องทางเดินหายใจส่วนล่างในผู้ป่วยที่มีการสำลักเลือด, เสมหะ หรือสิ่งอาเจียน หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถไอได้ เช่น ผู้ป่วยอัมพาต หรือ ผู้ป่วยที่ไม่รู้สติ

ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดเจาะท่อลม ผ่านทางแผลผ่าตัดด้านหน้าของลำคอ โดยวิธีใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือวิธีดมยาสลบ   ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด, โรค และภาวะของผู้ป่วย

ผู้ป่วยจะได้รับการเตรียมผิวหนังบริเวณด้านหน้าของลำคอ   เพื่อที่จะทำผ่าตัด และในรายที่ผ่าตัดโดยวิธีดมยาสลบ     แพทย์จะให้งดน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืน  เพื่อป้องกันการสำลักอาหารลงปอด เวลาดมยาสลบ

การดมยาสลบ  มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เสียงแหบจากสายเสียงบวม   ปอดอักเสบจากการสูดสำลัก  แต่ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้พบได้น้อยมาก

หลังผ่าตัด  จะมีแผลที่ผิวหนังบริเวณด้านหน้าของลำคอ  มีผ้าก๊อซปิดแผล  และท่อช่วยหายใจและมีเส้นด้ายดึงขอบท่อลมออกจากแผล     เส้นด้ายจะช่วยให้แพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจเข้าไปได้ใหม่  กรณีท่อช่วยหายใจหลุด  ผู้ป่วยอาจมีเลือดซึมออกจากแผลได้เล็กน้อย       ผู้ป่วยจะได้รับยาที่จำเป็น เช่น ยาแก้ปวด  ยาแก้อักเสบ   ยาขับเสมหะ หรือยาละลายเสมหะ และจะมีสายให้น้ำเกลืออยู่ที่แขน     เมื่อผู้ป่วยกินได้ดีพอควร แพทย์จะเอาสายให้น้ำเกลือออก     ในรายที่จำเป็นต้องใช้ท่อช่วยหายใจที่เป็นพลาสติกซึ่งมีถุงลมอยู่ด้านข้างเพื่อยึดให้ท่ออยู่กับที่  ประมาณ 24 ชั่วโมงหลังเจาะคอ  แพทย์จะเอาลมในถุงลมที่ติดกับท่อช่วยหายใจออกให้  และประมาณ 72 ชั่วโมงหลังผ่าตัด  จะเปลี่ยนเป็นท่อช่วยหายใจซึ่งไม่มีถุงลม  เนื่องจากจะล้างและทำความสะอาดได้ง่ายกว่า ท่อช่วยหายใจชนิดไม่มีถุงลม มีทั้งชนิดพลาสติกและโลหะ

ภาวะแทรกซ้อน  ที่อาจเกิดจากการผ่าตัด ได้แก่ แผลผ่าตัดติดเชื้อ,   มีเลือดออกใต้แผลผ่าตัด, การมีลมในชั้นใต้ผิวหนัง, เยื่อหุ้มปอดรั่ว มีลมในช่องเยื่อหุ้มปอด, การอุดตันในกล่องเสียง, ท่อลม หรือหลอดลมจากเนื้อเยื่อพังผืด,  เสมหะอุดตันท่อช่วยหายใจ,  ท่อช่วยหายใจหลุดหลังผ่าตัด,  แผลที่เจาะคอไว้ไม่ปิดหลังเอาท่อช่วยหายใจออก  แต่ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้พบได้น้อยมาก         ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยจะกลับบ้านได้หลังผ่าตัดประมาณ 3-5 วัน      
ในกรณีที่ไม่มีข้อบ่งชี้ในการคาท่อช่วยหายใจไว้แล้ว    แพทย์จะเอาท่อช่วยหายใจออกให้ก่อนกลับบ้าน     ในกรณีที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจกลับบ้าน   ผู้ป่วยและญาติจะได้รับการสอนและฝึกหัดให้สามารถดูแลแผล และทำความสะอาดท่อช่วยหายใจได้ก่อนกลับบ้าน

การนัดตรวจหลังออกจากโรงพยาบาล  แพทย์จะนัดมาดูแผลผ่าตัดและตัดไหม    รวมทั้งวางแผนการรักษาขั้นต่อไปประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด



Home | About us | Committee | Webboard | Member | Contact us | Site map
 

© Copyright Royal College of Otolaryngists of Thailand. All Rights Reserved.2001-2002