ความรู้สำหรับแพทย์

หู คอ จมูกทั่วไป
โสตประสาทและการได้ยิน
คอและกล่องเสียง
จมูกและภูมิแพ้
นอนกรน
คำถามที่แพทย์หู คอ จมูก ได้รับบ่อยจากพ่อแม่ เมื่อลูกของท่านเป็นไซนัสอักเสบ

 

โดย พอ.นพ. กรีทา ม่วงทอง
แพทย์หู คอ จมูก (เด็ก)
กองโสต ศอ นาสิกกรรม
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า


1. ไซนัส(Sinuses) คือ อะไร และมีทำหน้าที่อะไรบ้าง ?
       - ไซนัส คือ โพรงอากาศที่อยู่ภายในกะโหลกศรีษะบริเวณส่วนใบหน้า มีทั้งหมด 4 คู่ คือ
       คู่ที่ 1 อยู่บริเวณโหนกแก้มท้ายจมูก
       คู่ที่ 2 อยู่บริเวณหัวคิ้วระหว่างลูกตา
       คู่ที่ 3 อยู่บริเวณหน้าผาก เรียกว่า
       คู่ที่ 4 อยู่บริเวณส่วนกลางกะโหลกศรีษะ
       - เชื่อว่ามีหน้าที่ดังนี้
       1. ทำให้กะโหลกศรีษะมีน้ำหนัก
       2. ช่วยให้เกิดความก้องกังวาลของเสียง
       3. บางคนเชื่อว่าในการปรับอุณหภูมิและความชื้นให้กับอากาศก่อนเข้าสู่ปอด

2. ทำไมจึงมีภาวะการอักเสบของ Sinuses
       ปกติ โพรงอากาศไซนัส(Sinuses) จะมีรูเปิด เรียกว่า ostium ซึ่งมีขนาดเล็ก และบางครั้งอยู่สูงกว่าโพรงไซนัส เมื่อใดก็ตามที่มีการอุดตันรูเปิดที่อาจเกิดจากการบวมของเยื่อบุจากหวัดหรือ ภูมิแพ้ ทำให้เกิดการคั่งค้างของน้ำมูกภายในโพรงจมูก ซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคทำให้เกิดการอักเสบ ขึ้น

3. เมื่อเด็กป่วยเป็นไซนัสอักเสบ จะมีอาการอย่างไรบ้าง
       อาการไซนัสอักเสบมีได้หลายอย่างแต่บ่อยครั้งที่การวินิจฉัยโรคที่สับสนกับอาการของโรคอื่น โดยเฉพาะ ไข้หวัด ผู้ป่วยจะมีอาการตั้งแต่
       - มีน้ำมูกไหลข้นเขียว
       - มีเสมหะไหลลงคอกระต้นให้เกิดอาการไอโดยเฉพาะเวลากลางคืน
       - มีอาการคัดจมูกแน่นจมูก
       - ปวดบริเวณรอบ ๆ จมูก หรือหัวคิ้วหน้าผาก
       - ในเด็กบางคนอาจจะบ่นว่ามีอาการปวดศรีษะโดยเฉพาะเวลาเช้า
       - บ่อยครั้งรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ คล้ายมีไข้
       - ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น, บางครั้งการรับรู้กลิ่นจะสูญเสียไป

4. ในเด็กจะพบภาวะไซนัสอักเสบบ่อยแค่ไหน ?
       - พบมีปัญหาได้บ่อยวันหนึ่งประมาณ 30% ของประชากร จะเคยป่วยเป็นไซนัสอักเสบ
       โดยทั่วไปไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งควรจะหายภายใน 7-10 วัน แต่ถ้าเด็กยังมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เสมหะเขียวอยู่ จะถือว่าเกิดภาวะไซนัสอักเสบเฉียบพลันขึ้น โดยส่วนใหญ่อาการของไซนัสอักเสบจะดีขึ้นหลังได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ภายในเวลาไม่เกิน 3 อาทิตย์ แต่ถ้าเด็กมีอาการอักเสบยาวนานมากกว่า 3 อาทิตย์ และยังไม่มีอาการดีขึ้นหลังการรักษาจะถือว่าเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง ซึ่งทำการรักษายากลำบากกว่าไซนัสอักเสบเฉียบพลัน เพราะต้องหาสาเหตุชักนำที่ทำให้เกิดขึ้นและแก้ไขภาวะนั้นภาวะไซนัสอักเสบ เรื้อรังจึงจะหาย

5. สาเหตุที่ทำให้เกิดไซนัสอักเสบมีอะไรบ้าง ?
       เราพบว่าไข้หวัดเป็นสาเหตุสำคัญของไซนัสอักเสบเฉียบพลัน แต่ในไซนัสอักเสบเรื้อรังจะมีสาเหตุจาก ภาวะหวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้ แกนกั้นจมูกคด มีริดสีดวงจมูกหรือก้อนเนื้องอกในจมูก ตลอดจนสิ่งแปลกปลอมในช่องจมูก ซึ่งภาวะเหล่านี้ทำให้เกิดการคั้งของน้ำมูกและอุดตันรูเปิดของไซนัสจึงทำให้เกิดไซนัสอักเสบเรื้อรังขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยบางคนมีภูมิค้มกันบกพร่องก็เป็นสาเหตุอีกอันหนึ่งที่ไม่ควรจะมองข้ามไป

6. ทำไมอาการปวดไซนัสจึงมีมากขึ้นเวลาเช้าหลังตื่นนอน
       เนื่องจากเวลาเรานอนหลับจะเกิดการคั่งค้างของหนองภายในโพรงไซนัส ประกอบกับมีการคั่งของหลอดเลือดจากภาวะการนอน ทำให้การถ่ายเทของไซนัสไม่ดี จะเกิดการสะสมของของเหลวเป็นจำนวนมากภายใต้แรงกดดันภายในโพรงไซนัส จึงทำให้เกิดการปวดขึ้น

7. การรักษาไซนัสอักเสบทำได้อย่างไร ?
       หลักสำคัญการรักษาไซนัสอักเสบ คือการให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็น
สาเหตุสำคัญของไซนัสอักเสบ โดยส่วนใหญ่แพทย์นิยมให้ยาปฏิชีวนะจำพวก Ampicilin และ Sulfa ที่ครอบคลุมเชื้อที่เป็นสาเหตุของไซนัสอักเสบได้ดี แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะมาก่อน ทำให้เกิดการดื้อต่อยาเหล่านี้ ทำให้แพทย์อาจต้องเหลือใช้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อได้มากขึ้น แต่จะต้องมีราคาแพงกว่า ดังเช่นกลุ่ม Augmentin และ Cephalosporin
       นอกจากนี้แพทย์อาจให้ยาอย่างอื่นร่วมรักษาด้วย เช่น ยาลดบวมขอบเยื่อบุจมูกเพื่อลดอาการคัดจมูกและอาการบวมของเยื่อบุจมูกทำให้น้ำมูกไหลเวียนได้ดีขึ้นจากช่องจมูก ยาละลายเสมหะเพื่อลดความเหนียวของน้ำมูก ลดอาการคั่งค้างของน้ำมูกในโพรงไซนัส น้ำเกลือล้างจมูกเพื่อล้างเอาน้ำมูกและเสมหะที่ค้างอยู่ในช่องจมูกออก เป็นต้น เพื่อช่วยให้อาการไซนัสอักเสบดีขึ้นโดยเร็ว หรือบางรายแนะนำให้อบไอน้ำ หรือสูดดม Eucalyptus oil เพื่อลดอาการคัดจมูก ก็อาจจะทำได้

8. จำเป็นต้องกินยาแก้อักเสบไปนานเท่าไร จึงจะหยุดยาได้ ?
เนื่องจากยาปฏิชีวนะเข้าไปในโพรงไซนัสไม่ค่อยดี ดังนั้น ระยะเวลาของการรักษาจำเป็นต้องนานมากกว่าปกติ โดยต้องได้รับยาปฏิชีวนะอย่างน้อย 10-14 วัน ในบางรายที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง อาจจะต้องให้ยาปฏิชีวนะนานถึง 6-8 สัปดาห์

9. จำเป็นต้องกินยาลดน้ำมูกด้วยหรือไม่ ?
ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยกินยาลดน้ำมูก เพราะผลข้างเคียงของยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูกจะทำให้เสมหะและน้ำมูกแห้ง เกิดการคั่งค้างของน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อเสียมากกว่าผลดี ทำให้เชื้อโรคเจริญได้ดีขึ้น ยกเว้นจะให้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุชักนำทำให้เกิดไซนัสอักเสบเท่านั้น
10. การทำผ่าตัดโพรงจมูกไซนัส จะมีความจำเป็นต้องทำมากน้อยแค่ไหน และจะทำเมื่อไร ?
ส่วนใหญ่ การรักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลัน หรือเรื้อรัง มักจะได้ผลมากกกว่า 90%
เมื่อทำการรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะธรรมดา ทำให้การผ่าตัดรักษามีบทบาทน้อยลง เราจะทำการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดเมื่อการรักษาด้วยยาแล้วผู้ป่วยมีอาการไม่ดี ขึ้น หรือมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นจากการอักเสบของไซนัส หรือมีโรคพื้นฐานที่เป็นสาเหตุชักนำที่ทำให้เกิดไซนัสอักเสบเรื้อรังขึ้น เช่น ริดสีดวงจมูก, แกนกั้นจมูกคด หรือปากรูท่อเปิดไซนัสตีบตัน เป็นต้น

11. การผ่าตัดไซนัสทำอย่างไรได้บ้าง ?
ในปัจจุบัน แพทย์ หู คอ จมูก จะใช้กล้องขนาดเล็กส่งตรวจเข้าไปในช่องจมูก โดยไม่ต้องเปิดแผลที่จมูกและใบหน้า และจะตรวจดูภาวะต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุและจะผ่าตัดแก้ไขไซนัสอักเสบผ่านทางกล้องขนาดเล็กเหล่านี้ ซึ่งเรียกว่า FESS (Functional Endoscopic Sinuses Surgery) โดยถ่ายทอดออกทางโทรทัศน์ให้ผู้ป่วยได้มองเห็นไปด้วย ใช้เวลาทำประมาณ 1-2 ชม. และอาจจะ
เลือกวิธีฉีดยาชา หรือดมยาสลบก็ได้ โดยหลักการรักษา แพทย์จะเอาเนื้อเยื่อที่เป็นอักเสบ และเป็นสาเหตุของโรคออก ต้องทำลายเนื้อเยื่อปกติให้น้อยที่สุด และขยายรูเปิดของโพรงไซนัสอักเสบให้กว้างขึ้นอาการก็จะดีขึ้นตามมา

12. ภาวะแทรกซ้อนของไซนัสอักเสบมีอะไรบ้าง ?
เนื่องจากโพรงไซนัสอักเสบอยู่ใกล้กับลูกตาและสมอง ดังนั้น ภาวะแทรกซ้อนของ
ไซนัสอักเสบอาจลุกลามเข้าสู่ลูกตา ทำให้เกิดลูกตาอักเสบได้ หรือ ลุกลามติดเชื้อไปในสมอง เกิดเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และฝีในสมองได้ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญ ถึงแม้จะไม่พบบ่อยก็ตาม ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

13. การป้องกันไม่ให้เกิดไซนัสอักเสบทำได้อย่างไร ?
       เนื่องจากไข้หวัดเป็นสาเหตุสำคัญ ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เป็นไข้หวัดโดยการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ รับประธานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด ก็จะลดการเป็นไซนัสอักเสบได้และมีเป็นไข้หวัดควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาไข้หวัด
       ถ้าท่านมีประวัติป่วยเป็น หวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้ควรจะต้องทำการรักษาโดยแพทย์ภูมิแพ้เพื่อควบคุมอาการ ของโรคให้ได้และต้องหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดภูมแพ้ด้วย เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น นุ่น ขนสัตว์ เชื้อราในอากาศ และขนสัตว์ต่างๆ เท่าที่ทำได้เพื่อลดอาการของหวัดเรื้อรัง
       ในบางคนมีปัญหาคัดจมูกเรื้อรังจากเยื่อบุจมูกไวต่อสิ่งระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ควันรถยนต์ ควันจากการประกอบอาหาร หรือสเปรย์น้ำหอมต่างๆ ก็จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ด้วยเพราะจะทำให้เยื่อบุจมูกบวมและเกิดการติดเชื้อตามมา
       นอกจากนี้ถ้าพบว่าท่านมีแกนกั้นจมูกคดจนมีอาการคัดจมูก หรือมีริดสีดวงจมูก รวมทั้งสิ่งแปลกปลอมต่างๆในช่องจมูก ควรต้องรีบผ่าตัดแก้ไขภาวะเหล่านั้นเสียก่อนที่จะเกิดไซนัสอักเสบตามมา

THE ROYAL COLLEGE OF OTOLARYNGOLOGISTS-HEAD AND NECK SURGEONS OF THAILAND
Secretariat : Department of Otolaryngology, Phramongkutklao Hospital , Rachavithee Rd., Ratchathevee, Bangkok 10400
Tel : +66-2354-7711 Ext. 93685 , 93073    Fax : +66-2354-4109
 
Copyright © 2009 The Royal College of Otolaryngologists-Head and Neck Surgeons of Thailand, All rights reserved.
Education Support by Pfizer (Thailand) Limited