การสังเกตเห็นหรือคลำได้ก้อนโตที่ต่อมไทรอยด์เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยพอสมควรราวร้อยละ 5 ของประชากรทั่วไป โดยมักพบในสุภาพสตรีวัยกลางคน ก้อนที่พบส่วนใหญ่มักไม่มีความร้ายแรง โดยเกิดจากสาเหตุต่างๆ ได้ดังนี้
- เกิดจากเนื้อไทรอยด์โตผิดรูปโดยไม่ทราบเหตุ (nodular goiter)
- เกิดจากการอักเสบภายในต่อมไทรอยด์
- เกิดจากเนื้องอกต่อมไทรอยด์ชนิดไม่ร้าย
- มีเพียงส่วนน้อยราวร้อยละ 5 เกิดจากมะเร็งของต่อมไทรอยด์
มะเร็งของต่อมไทรอยด์ส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง อาการและอาการแสดงทั่วไปไม่มีความแตกต่างกันชัดเจน ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีก้อนที่ต่อมไทรอยด์จากสาเหตุต่างๆ การวินิจฉัยโรคจึงมีความสำคัญที่ต้องแยกกลุ่มผู้ป่วยที่ อาจเป็นมะเร็ง ของต่อมไทรอยด์ออกจากกลุ่มผู้ป่วยอื่นๆ ให้ได้เพื่อให้การรักษาที่ถูกต้อง โดยอาจใช้แนวทางดังต่อไปนี้
- การซักประวัติและการตรวจร่างกายโดยละเอียด
- การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อดูระดับฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์
- การสุ่มเจาะเนื้อเยื่อจากต่อมไทรอยด์ไปตรวจ
- การตรวจโดยใช้อัลตราซาวด์หรือเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ในบางกรณี
กลุ่มผู้ป่วยบางกลุ่มอาจมีโอกาสเป็นมะเร็งสูงจึงควรพบแพทย์โดยเร่งด่วน ได้แก่
- มีปัญหาเสียงแหบ หายใจได้ไม่สะดวก
- มีปัญหากลืนอาหารลำบากและ/หรือกินอาหารสำลัก
- ก้อนโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
- คลำได้ก้อนอื่นโตที่ด้านข้างลำคอ
- มีประวัติมะเร็งในครอบครัว หรือเคยได้รับการฉายแสงมาก่อน
- อายุน้อยกว่า 15 ปี หรือมากกว่า 45 ปี
แนวทางการรักษา
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักตรวจพบก้อนที่ต่อมไทรอยด์โตเพียงอย่างเดียว โดยไม่พบอาการอื่น ผลการตรวจระดับฮอร์โมนมักพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แนวทางการรักษามีได้หลายแนวทางดังนี้คือ
- ให้ยาเสริมฮอร์โมนไทรอยด์ในกรณีที่ผลการสุ่มเจาะเนื้อเยื่อไม่พบเนื้อเยื่อผิดปรกติ
- ให้ยาต้านการอักเสบและเฝ้าระวังความผิดปรกติของระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในกรณีที่ผลการสุ่มเจาะเนื้อเยื่อพบมีการอักเสบ
- ทำการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกบางส่วนหรือออกทั้งหมด ในกรณีที่ผลการสุ่มเจาะเนื้อเยื่อพบเนื้อเยื่อมะเร็ง
- การเฝ้าดูอาการและทำการสุ่มเจาะเนื้อเยื่อเป็นระยะๆ ในกรณีที่ผลการสุ่มเจาะเนื้อเยื่อไม่พบเนื้อเยื่อผิดปรกติและไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
แนวทางการรักษาก้อนที่ต่อมไทรอยด์มีหลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีข้อด้อยต่างกัน การเลือกวิธีรักษาจึงขึ้นอยู่กับการปรึกษาหารือระหว่างแพทย์และผู้ป่วยเพื่อหาวิธีที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยในแต่ละราย |