Back to Homa Page About RCOT Committee Carlendar CME Journal Links Webboard Member Contact Sitemap

 

การผ่าตัดต่อมแอดีนอยด์ในเด็ก

ผศ.นพ. ปารยะ   อาศนะเสน
สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา   คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

ต่อมแอดีนอยด์เป็นต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ในส่วนหลังของโพรงจมูก           การผ่าตัดต่อมแอดีนอยด์ออก (adenoidectomy) จะทำเมื่อมีข้อบ่งชี้ในเรื่องของการติดเชื้อเรื้อรัง หรือเป็นๆหายๆ (ทำให้มีไข้, คัดจมูก, น้ำมูกไหลเรื้อรัง) จนรบกวนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย (ต้องหยุดเรียนบ่อย) หรือมีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้เกิดอาการนอนกรน และ/ หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ   การผ่าตัดต่อมทอนซิล และ ต่อมแอดีนอยด์สามารถทำพร้อมกันได้ในการผ่าตัดครั้งเดียว หรือทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่าที่มีข้อบ่งชี้
การผ่าตัดต่อมแอดีนอยด์เป็นการผ่าตัดผ่านทางช่องปากเช่นเดียวกับการผ่าตัดต่อมทอนซิล แพทย์จะใส่เครื่องมือทางช่องปากผ่านด้านหลังลิ้นไก่เข้าไปหาโพรงหลังจมูก   ผู้ป่วยจึงไม่มีบาดแผลใดๆ ที่มองเห็นได้จากภายนอก

ก่อนผ่าตัด  การผ่าตัดต่อมแอดีนอยด์ต้องใช้การดมยาสลบ วิสัญญีแพทย์และพยาบาลจะมาให้ความรู้และดูแลความสมบูรณ์ของร่างกายผู้ป่วยก่อนผ่าตัด เช่นการตรวจเลือด   ตรวจปัสสาวะ ถ่ายภาพเอ๊กซเรย์ปอด   ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ      ผู้ป่วยจะต้องเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาล 1 วันก่อนผ่าตัด เพื่อวิสัญญีแพทย์จะได้เตรียมความพร้อมสำหรับการดมยาสลบในวันรุ่งขึ้นที่จะผ่าตัด   คืนวันก่อนผ่าตัด แพทย์จะให้งดน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืน   เพื่อป้องกันการสำลักอาหารและน้ำลงปอดเวลาดมยาสลบ
ในกรณีของผู้ป่วยเด็ก การงดอาหารและน้ำเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องดูแลให้เป็นไปตามคำสั่งของแพทย์โดยเคร่งครัด  ไม่แอบให้อาหาร น้ำหรือนม  เพราะกลัวเด็กหิว เพราะอาจเกิดการสำลักระหว่างดมยาสลบซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้    หากผู้ปกครองทราบว่าเด็กไม่ได้งดอาหารและน้ำตามที่แพทย์สั่งในเช้าวันผ่าตัดต้องรีบแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบเพื่อเลื่อนวันผ่าตัดออกไปก่อน
นอกจากนี้ การผ่าตัดต่อมแอดีนอยด์ ควรทำเมื่อผู้ป่วยมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่เป็นหวัดหรือมีการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน

การดมยาสลบ  มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เสียงแหบจากสายเสียงบวม    หายใจลำบาก อาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจ (endotracheal tube) ไว้ระยะหนึ่งหลังผ่าตัดเสร็จ     ปอดอักเสบจากการสูดสำลัก

หลังผ่าตัด            

  1. ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดต่อมแอดีนอยด์เพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้ผ่าตัดต่อมทอนซิลจะไม่มีแผลในช่องคอ  จะมีแผลที่โพรงหลังจมูกเท่านั้น  จึงสามารถรับประทานอาหารได้ปกติหลังผ่าตัด    อาจมีอาการเจ็บโพรงหลังจมูกเนื่องจากแผลผ่าตัด  อาจมีน้ำลายหรือน้ำมูกปนเลือดออกมาได้บ้างเล็กน้อย   อาจมีอาการเจ็บคอได้บ้างจากการใส่ท่อช่วยหายใจระหว่างการดมยาสลบ
  2. ผู้ป่วยอาจจะมีไข้ หรือมีอาการบวม หรือรู้สึกติดๆ ขัดๆ ตึงๆ คล้ายมีสิ่งแปลกปลอมบริเวณหลังโพรงจมูก หรือมีเสียงเปลี่ยนได้   ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะหายไปภายใน 1 สัปดาห์
  3. หลังการผ่าตัด 1-2 วันแรก เพดานอ่อน หรือโพรงหลังจมูกอาจบวมมากขึ้นได้ ทำให้หายใจอึดอัด ไม่สะดวก อาจทำให้หายใจเสียงดังหรือมีอาการกรนมากขึ้นได้  ดังนั้นจึงควรนอนศีรษะสูง โดยใช้หมอนหนุน หรือนอนบนที่นอนที่สามารถปรับความเอียงได้  อมและประคบน้ำแข็งบ่อยๆ ในช่วงสัปดาห์แรก    เพื่อลดอาการบวมและเลือดออกบริเวณที่ทำผ่าตัด    ถ้าอาการหายใจไม่สะดวก เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นรุนแรง หลังออกจากโรงพยาบาลแล้ว  ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาแพทย์ทันที
  4. ผู้ป่วยจะได้รับยาแก้อักเสบ  ยาแก้ปวด  ยาลดบวม  ยาแก้แพ้  ยากลั้วคอ ผู้ป่วยควรจะรับประทานยาดังกล่าวให้หมด  ไม่ว่าอาการจะดีขึ้นหรือไม่ก็ตาม    ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาแก้ปวด เช่น     พาราเซตามอล เมื่อจำเป็นได้  และจะมีสายให้น้ำเกลือติดอยู่ที่แขน  เมื่อผู้ป่วยรับประทานได้ดีพอควร แพทย์จะเอาสายให้น้ำเกลือออก      
  5. ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกหรือจามแรงๆ   การออกแรงมาก   การเล่นกีฬาที่หักโหม หรือยกของหนัก หลังผ่าตัดภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทำให้มีเลือดออกจากแผลที่โพรงหลังจมูก   ถ้ามีเลือดออกจากช่องจมูกหรือปาก ควรนอนพัก  ยกศีรษะสูง  อมน้ำแข็งในปาก  หยอดยาหยอดจมูกห้ามเลือดที่แพทย์สั่งไว้ให้ 3-4 หยด ในโพรงจมูกแต่ละข้าง  นำน้ำแข็งหรือ cold pack มาประคบบริเวณหน้าผากหรือคอ  เพื่อให้เลือดหยุด  การประคบหรืออมน้ำแข็ง ควรประคบหรืออมประมาณ 10 นาที แล้วจึงเอาออกประมาณ 10 นาที แล้วค่อยประคบหรืออมใหม่เป็นเวลา 10 นาที  ทำเช่นนี้สลับกันไปเรื่อยๆ  ถ้าเลือดออกไม่หยุดหรือออกมากผิดปกติ ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาแพทย์ทันที
  6. โดยปกติ หลังผ่าตัดประมาณ 4 สัปดาห์  แผลจะหายเป็นปกติ

ภาวะแทรกซ้อน  โรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้คือ เลือดออกจากจมูก หรือไหลลงคอ เแพทย์จึงมักให้ยาหยอดจมูกห้ามเลือดหลังผ่าตัด ซึ่งถ้าออกมากจะต้องไปทำการห้ามเลือดในห้องผ่าตัด   หรือแผลผ่าตัดติดเชื้อ 
ผู้ป่วยเด็กที่เข้ารับการผ่าตัดต่อมแอดีนอยด์เนื่องจากมีข้อบ่งชี้ของการหายใจลำบากหรือหยุดหายใจในเวลาหลับ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อ้วนมาก มีโรคหัวใจหรือมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำในเวลาหลับที่ตรวจพบตั้งแต่ก่อนผ่าตัด จะเป็นผู้ที่มีอัตราเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าเด็กที่เข้ารับการผ่าตัดด้วยข้อบ่งชี้ของการติดเชื้อบ่อย  โดยไม่มีอาการหายใจลำบากหรือนอนกรน

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่พบบ่อยแต่ควรทราบและระวังล่วงหน้าคือ การหายใจลำบากจากการบวมในทางเดินหายใจส่วนบน    การหยุดหายใจ    น้ำท่วมปอด      ผู้ป่วยที่มีอัตราเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้จะได้รับการดูแลใกล้ชิดในหออภิบาลวิสัญญี (ICU) เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน
โดยทั่วไป การผ่าตัดต่อมแอดีนอยด์ เป็นการผ่าตัดที่ทำบ่อยในเด็ก   ผู้ป่วยมักกลับบ้านได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัด ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน      ความร่วมมือระหว่างพ่อแม่    ผู้ปกครองกับแพทย์และพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดมักทำให้การผ่าตัดรักษาได้ผลดี

การนัดตรวจหลังออกจากโรงพยาบาล          แพทย์จะนัดมาดูอาการ และฟังผลชิ้นเนื้อ (ถ้ามีการส่งตรวจ) ประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด


Home | About us | Committee | Webboard | Member | Contact us | Site map
 

© Copyright Royal College of Otolaryngists of Thailand. All Rights Reserved.2001-2002