Image
Login เข้าสู่ระบบ

การแปลผลการตรวจการนอนหลับ (polysomnography) ในผู้ใหญ่ และการรักษา

Last update: 16.04.2009


1. การตรวจการนอนหลับ (sleep test) เป็นการตรวจเพื่อแยกระหว่าง - กรนธรรมดา: ผู้ป่วยมักไม่เดือดร้อน แต่คนรอบข้างเดือดร้อนจากเสียงดัง หรือผู้ป่วยอาจเดือดร้อน ในการเข้าสังคมร่วมกับผู้อื่น - กรนอันตราย: ผู้ป่วย และคนรอบข้างเดือดร้อน ถ้าไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยอาจมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน ทำให้เรียน หรือ

ผศ. นพ. ปารยะ อาศนะเสน
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

   

1. การตรวจการนอนหลับ  (sleep test)  เป็นการตรวจเพื่อแยกระหว่าง

- กรนธรรมดา (primary snoring): ผู้ป่วยมักไม่เดือดร้อน  แต่คนรอบข้างมักเดือดร้อนจากเสียงดัง  หรือผู้ป่วยอาจเดือดร้อนในการเข้าสังคมร่วมกับผู้อื่น 
- ภาวะก้ำกึ่งระหว่าง กรนธรรมดา และกรนอันตราย (upper airway resistance  syndrome) และกรนอันตราย (obstructive sleep apnea syndrome): ผู้ป่วย และคนรอบข้างมักเดือดร้อน  ถ้าไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยอาจมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน ทำให้เรียน หรือทำงานได้ไม่เต็มที่  ถ้าต้องขับรถ อาจเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนได้   นอกจากนั้นจะมีอัตราเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคอื่นๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง, โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด, ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ,  โรคความดันโลหิตในปอดสูง,  โรคหลอดเลือดในสมอง และอาจมีอายุสั้น อยู่ได้ไม่นาน  โดยเฉพาะถ้าดัชนีหยุดหายใจและหายใจแผ่วเบา [apnea-hypopnea index (AHI)]  >20 ต่อชั่วโมง 

 

2. ผลการตรวจการนอนหลับบ่งชี้ว่าผู้ป่วยเป็น

- กรนธรรมดา: ถ้าดัชนีหยุดหายใจ และหายใจแผ่วเบา < 5 ครั้งต่อชั่วโมง
- ภาวะก้ำกึ่งระหว่าง กรนธรรมดา และกรนอันตราย: ถ้าดัชนีหยุดหายใจ และหายใจแผ่วเบา < 5 ครั้งต่อชั่วโมง แต่มีดัชนีของการตื่น (arousal index) สูง และมีอาการเหมือนกรนอันตราย
- กรนอันตราย:  ถ้าดัชนีหยุดหายใจ และหายใจแผ่วเบา
>5 ครั้งต่อชั่วโมง โดยมีความรุนแรงอยู่ในระดับ

  ดัชนีหยุดหายใจ และหายใจแผ่วเบา ต่อชั่วโมง (AHI) ระดับออกซิเจนในเลือดที่ต่ำที่สุดขณะนอนหลับ
น้อย 5 -14 86 90
ปานกลาง 15 29 70 85
รุนแรง > 30 < 69

3. การรักษา มี  2  ทางเลือกคือ   คือ วิธีไม่ผ่าตัด และวิธีผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยสามารถเลือกได้ เพราะการรักษาอาการนอนกรน และ/หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด      แนะนำให้ใช้วิธีไม่ผ่าตัดก่อน  ถ้าไม่ดีขึ้น,ไม่ชอบ หรือไม่สะดวก ผู้ป่วยสามารถเลือกวิธีผ่าตัดได้

3.1) วิธีไม่ผ่าตัด  

3.1.1) ให้ผู้ป่วยทดลองใช้ เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน[continuous positive airway pressure (CPAP)]  ปกติ เวลานอน  เพดานอ่อน และลิ้นไก่ที่ยาว และโคนลิ้นที่โต จะตกลงมาบังทางเดินหายใจส่วนบน  ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ  ลมที่เป่าเข้าไป จะไปถ่างทางเดินหายใจให้กว้างออก (pneumatic splint)   ทำให้ไม่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจ  ผู้ป่วยไม่กรน และไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ  เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรนธรรมดา หรือภาวะก้ำกึ่งระหว่าง กรนธรรมดา และกรนอันตราย หรือเป็นกรนอันตรายที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับน้อยถึงรุนแรง     ควรทดลองใช้เครื่อง CPAP ประมาณ  1-2  สัปดาห์ (ฟรี)   ถ้าใช้แล้วดีขึ้น คิดว่าใช้ได้   แนะนำให้ซื้อใช้   แต่ต้องใช้ทุกคืน   คืนใดไม่ใช้ ก็จะมีอาการกรนและ/หรือ  ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอีก  ซึ่งปัจจุบันตัวเครื่อง CPAP มีขนาดเล็ก สามารถพกพาไปที่ไหนๆได้ค่อนข้างสะดวก   การใช้เครื่อง CPAP จะ เหมือนการใส่แว่นตาใหม่ๆ คืออาจรู้สึกอึดอัดบ้างในช่วงแรก  ต้องใส่ๆ ถอดๆ  เมื่อชิน ก็จะใส่ได้เอง  โดยสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อขอลอง

- เครื่อง CPAP ชนิด MANUAL โดยจะตั้งระดับความดันไว้กี่เซนติเมตรน้ำ ขึ้นกับผลของการปรับความดันขณะใช้เครื่อง CPAP ขณะตรวจการนอนหลับ (CPAP titration)
- เครื่อง CPAP ชนิด AUTO ซึ่ง สามารถปรับความดันลมที่เป่าออกมาได้อัตโนมัติ     ถ้าทางเดินหายใจตีบแคบมาก  เครื่องจะปรับโดยใช้ความดันสูงเป่า     ถ้าทางเดินหายใจตีบแคบน้อย  เครื่องจะปรับโดยใช้ความดันต่ำ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ลองใช้เครื่อง CPAP ขณะตรวจการนอนหลับ (no CPAP titration)

      ผู้ป่วยควรขอลองเครื่อง   HUMIDIFIER   (เครื่องปรับอากาศให้อุ่น และชื้นขึ้น)  ร่วมด้วยเสมอ    เพราะการที่ลมเป่าจมูกเรื่อยๆ   ถ้าเป็นลมที่แห้งและเย็น   (โดยเฉพาะถ้านอนเปิดพัดลม  หรือเปิดแอร์)   จะทำให้เยื่อบุจมูกบวม  เกิดอาการคัดจมูกได้ง่าย   ซึ่งจะทำให้เครื่อง CPAP ชนิด  AUTO  ต้องเพิ่มความดันมากขึ้น  ในการเอาชนะโพรงจมูกที่ตีบแคบ  อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอึดอัดมากขึ้นได้   หรือถ้าเป็นเครื่อง CPAP ชนิด  MANUAL  ระดับ ความดันที่ตั้งไว้ อาจจะไม่พอในการเอาชนะโพรงจมูกที่ตีบแคบเพิ่มขึ้นมา    ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษา อาการนอนกรน และ/หรือ   ภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ผลต่ำกว่าปกติ   เมื่อเปรียบเทียบกับขณะที่ยังไม่มีเยื่อบุจมูกที่บวม   เครื่อง HUMIDIFIER นี้    จะทำให้อากาศอุ่นและชื้นขึ้น  คล้ายมีเครื่องอบซาวน่าอยู่ที่จมูก   ทำให้ผู้ที่สวมใส่สบายขึ้น   

3.1.2) ลดน้ำหนัก   ถ้า น้ำหนักเกิน โดยควรลดให้น้ำหนักอยู่ในระดับที่แพทย์แนะนำ เนื่องจากผู้ที่มีน้ำหนักเกิน  จะมีไขมันมาพอก รอบคอ   ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบน ตีบแคบ   การลดน้ำหนัก จะช่วยลดไขมันดังกล่าว ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้น

3.1.3) ในกรณีลองใช้เครื่องเป่าลม  แล้วดีขึ้น แต่ไม่อยากใช้  หรือใช้แล้วอึดอัด   นอนลำบาก   แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำเครื่องครอบฟัน (oral appliance)    ปกติเวลานอนหงาย   ขากรรไกรล่างและลิ้นจะตกลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก   ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ   การใส่เครื่องครอบฟัน จะช่วยยึดขากรรไกรบน   และล่างเข้าด้วยกัน   และเลื่อนขากรรไกรล่างมาทางด้านหน้า และป้องกันไม่ให้ลิ้นและขากรรไกรตกลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งจะทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้น   เหมาะ สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรนธรรมดา หรือภาวะก้ำกึ่งระหว่าง กรนธรรมดา และกรนอันตราย หรือเป็นกรนอันตรายที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง (ดัชนีหยุดหายใจ และหายใจแผ่วเบา < 30 ต่อชั่วโมง)

3.2) วิธีผ่าตัด

-  ควรพิจารณาวิธีนี้    ถ้าผู้ป่วยได้ลอง CPAP  และได้คุยกับทันตแพทย์ เกี่ยวกับเรื่องเครื่องครอบฟันแล้ว       ไม่ต้องการใช้ทั้ง   CPAP   และเครื่องครอบฟัน

การ ผ่าตัดไม่ได้รักษาให้อาการนอนกรน และ/หรือภาวะหยุดหายใจหายขาด   หลังผ่าตัด อาการนอนกรนและ/หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจยังเหลืออยู่ หรือ มีโอกาสกลับมาใหม่ได้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย     สิ่งสำคัญ คือ

3.2.1)  ต้องควบคุมน้ำหนักตัวให้ดี อย่าให้เพิ่ม  เนื่องจากการผ่าตัดเป็นการขยายทางเดินหายใจส่วนบนที่แคบให้กว้างขึ้น  ถ้าน้ำหนักเพิ่มหลังผ่าตัด  ไขมันจะไปสะสมอยู่รอบผนังช่องคอ ทำให้กลับมาแคบใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้อาการนอนกรน และ/หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กลับมาเหมือนเดิมหรือแย่กว่าเดิมได้

3.2.2)  ต้องหมั่นออกกำลังกายเสมอ ให้กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนตึงตัวและกระชับ  เนื่องจากหลังผ่าตัด เมื่ออายุผู้ป่วยมากขึ้น เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนจะหย่อนยานตามอายุ  ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนกลับมาแคบใหม่  การออกกำลังกายแบบแอโรบิก อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การหย่อนยานดังกล่าวช้าลง [การออกกำลังกายแบบแอโรบิก คือการออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น   หายใจเร็วขึ้นต่อเนื่องกันอย่างน้อยวันละ  30  นาที   อย่างน้อยสัปดาห์ละ   วัน   เช่น วิ่งเดินเร็วขึ้นลงบันไดว่ายน้ำขี่จักรยานฝืด (แบบปรับน้ำหนักได้เช่น  ใน FITNESS),  เตะฟุตบอล, เล่นเทนนิส, แบดมินตัน   หรือบาสเกตบอล]

       ในผู้ป่วยบางราย อาจต้องมาผ่าตัดซ้ำเพื่อแก้ไขทางเดินหายใจที่แคบส่วนอื่นๆ  หรือใช้เครื่อง CPAP หรือเครื่องครอบฟัน ร่วมด้วยหลังผ่าตัด ขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด และจุดอุดกั้นทางเดินหายใจ และความรุนแรงของโรค

ทางเลือกของผู้ป่วยในการรักษาอาการนอนกรน และ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 

           1)  การรักษา    -  กรนธรรดา(ดัชนีหยุดหายใจ และหายใจแผ่วเบา < 5 ครั้งต่อชั่วโมง)
                                - ภาวะก้ำกึ่งระหว่างกรนธรรมดา และกรนอันตราย (ดัชนีหยุดหายใจ และหายใจแผ่วเบา < 5 ครั้งต่อชั่วโมง แต่มีดัชนีของการตื่น
                                  (arousal index) สูง และมีอาการเหมือน   กรนอันตราย)
                                - กรนอันตรายที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับน้อย ถึงปานกลาง (ดัชนีหยุดหายใจ และหายใจแผ่วเบา 5- 29 ครั้งต่อชั่วโมง)
         ทางเลือกที่ 1:  เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน (CPAP)
         ทางเลือกที่ 2:  เครื่องครอบฟัน (oral appliance)      
         ทางเลือกที่ 3:  การผ่าตัด
                                  (ถ้าไม่ดีขึ้น ใช้เครื่องครอบฟัน (oral appliance) หรือ
                                                ใช้เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน (CPAP) ร่วมด้วย)

          2)   การรักษา    -  กรนอันตรายที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับรุนแรง (ดัชนีหยุดหายใจ และหายใจแผ่วเบา   >= 30 ครั้งต่อชั่วโมง)

         ทางเลือกที่ 1เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน (CPAP)
         ทางเลือกที่ 2การผ่าตัด
                                  (ถ้าไม่ดีขึ้น ใช้เครื่องครอบฟัน (oral appliance) หรือ
                                                ใช้เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน (CPAP) ร่วมด้วย) 

        ทางเลือกที่ 3:   เครื่องครอบฟัน (oral appliance) (รักษาบ้างดีกว่าไม่รักษาเลย)                                  

Download File