Image
Login เข้าสู่ระบบ

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Allergy Skin Test)

Last update: 16.04.2009


การ ทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง คือการนำน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในอากาศ เช่น ฝุ่นบ้าน ตัวไรในฝุ่น แมลงสาบ เกสรหญ้า วัชพืช เชื้อรา เป็นต้น มาทำการทดสอบที่ผิวหนังของผู้ป่วย เพื่อให้ทราบว่าแพ้สารใด วิธีนี้เป็นวิธีที่ช่วยในการวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ ที่มีความไวและความจำเพาะสูง ทำง่าย และราคาไม่แพง สามารถทราบผลได้ทันที ผู้ป่วยสามารถเห็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นด้วยตาของตนเอง

 

ศ. พญ. ฉวีวรรณ บุนนาค
ผศ. นพ. ปารยะ   อาศนะเสน
สาขาวิชาโรคจมูก และโรคภูมิแพ้
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา    คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

การ ทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง คือการนำน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในอากาศ เช่น ฝุ่นบ้าน  ตัวไรในฝุ่น  แมลงสาบ  เกสรหญ้า  วัชพืช  เชื้อรา เป็นต้น มาทำการทดสอบที่ผิวหนังของผู้ป่วย  เพื่อให้ทราบว่าแพ้สารใด  วิธีนี้เป็นวิธีที่ช่วยในการวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ ที่มีความไวและความจำเพาะสูง  ทำง่าย และราคาไม่แพง  สามารถทราบผลได้ทันที  ผู้ป่วยสามารถเห็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นด้วยตาของตนเอง

การทดสอบมี 2 วิธีคือ

  1. วิธีสะกิด (Skin Prick Test) เป็นการทดสอบโดยหยดน้ำยาลงบนผิวหนังที่แขน และใช้เข็ม
    สะกิดตรงกลางหยดน้ำยา ซึ่งทำง่าย, เร็ว, ไม่เจ็บและใช้อุปกรณ์น้อย เสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ทั่วร่างกายน้อย
  2. วิธีฉีดเข้าในผิวหนัง (Intradermal Test)  เป็น การฉีดน้ำยาเข้าใต้ผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ  ซึ่งทำยากกว่า  เสียเวลามากกว่า เจ็บกว่า และต้องใช้อุปกรณ์มากกว่า และเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ทั่วร่างกายได้มากกว่า

           
ก่อนการทดสอบ  ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำให้งดยารับประทาน บางชนิดตามระยะเวลาที่กำหนด  

การ ทดสอบจะเริ่มด้วยวิธีสะกิดก่อน  เป็นการตรวจคัดกรอง (screening test) เพื่อดูว่าผู้ป่วยแพ้รุนแรงมาก-น้อยเพียงใด  ถ้าวิธีสะกิดให้ผลบวกชัดเจนต่อน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ชนิดใดแล้ว  ไม่จำเป็นต้องทดสอบต่อโดยวิธีฉีดเข้าในผิวหนังอีก  แต่ถ้าการทดสอบโดยวิธีสะกิดให้ผลลบ จึงทดสอบโดยวิธีฉีดเข้าในผิวหนังเป็นลำดับต่อไป                

โดยทั่วไปการทดสอบจะใช้น้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ประมาณ 10-20 ชนิด และจะอ่านผลการทดสอบภายใน 15-20 นาที   ถ้าผู้ป่วยแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดใด จะเกิดรอยนูน และมีผื่นแดงรอบๆ อาจรู้สึกคันเล็กน้อยตรงจุดนั้น   เจ้าหน้าที่จะวัดขนาดของรอยนูน  บันทึกไว้  และแพทย์จะอธิบายให้ทราบว่าผู้ป่วยแพ้อะไร    

หลังจากนั้น 24 ชั่วโมง ถ้ายังมีผื่นแดงบริเวณที่ทดสอบภูมิแพ้นั้น ผู้ป่วยจะต้องวัดขนาดของผื่นแดงและบันทึกไว้ เพื่อแจ้งให้แพทย์ทราบในวันที่นัดมาพบครั้งต่อไป  ผื่นนั้นจะค่อยๆ หายไปเอง

ประโยชน์ของการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง

  1. ทำให้ทราบว่าโรคที่ผู้ป่วยเป็น มีสาเหตุจากโรคภูมิแพ้
  2. ทำให้ผู้ป่วยทราบว่าตนแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดใด และแพ้มาก-น้อยเพียงใด
  3. ผู้ป่วยจะสามารถกำจัด หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่ตนแพ้ ซึ่งจะทำให้อาการของโรคดีขึ้นได้
  4. ถ้าจำเป็นต้องรักษาโดยการฉีดวัคซีน  แพทย์จะใช้ผลการทดสอบภูมิแพ้นี้เป็นข้อมูลในการสั่งวัคซีนสำหรับฉีดให้ผู้ป่วย

ข้อควรระวังในการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง

สำหรับผู้ที่แพ้มาก อาจเกิดอาการแพ้ทั่วร่างกายได้เช่นเดียวกับการแพ้ยาฉีดชนิดอื่น  ได้แก่มีผื่นคันลมพิษทั้งตัว   แน่นหน้าอก  หายใจลำบาก  หอบหืด  และความดันโลหิตต่ำมากได้       แต่อาการเหล่านี้พบได้น้อยมาก

           

หลังการทดสอบ ต้องนั่งพักรอดูอาการอย่างน้อย 30 นาที จึงกลับบ้านได้