Image
Login เข้าสู่ระบบ

การใช้เครื่องปั่น, ตัด, ดูด (microdebrider) ในการรักษาโรคจมูกอักเสบเรื้อรัง

Last update: 16.04.2009


โรค จมูกอักเสบเรื้อรัง เกิดจากเยื่อบุจมูกไวผิดปกติ เมื่อสัมผัสกับสิ่งกระตุ้น เช่น สารระคายเคือง ฝุ่น ควัน การเปลี่ยนแปลงของอากาศ จะทำให้ผู้ป่วยมี อาการ คัน, จาม, คัดจมูก, น้ำมูกไหล และเสมหะลงคอ อาการคัดจมูกเป็นอาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์มากที่สุด ส่วนใหญ่ การหลีกเลี่ยง ร่วมกับการใช้ยารับประทาน และยาพ่นจมูก จะสามารถบรรเทาอาการต่างๆดังกล่าวได้ แต่ในผู้ป่วยบางรายแม้จะหลีกเลี่ยงและใช้ยาอย่างเต็มที่แล้ว แต่อาการต่างๆดังกล่าวไม่ดีขึ้น หรือไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นดังกล่าวได้ หรือไม่ต้องการใช้ยา การใช้เครื่องปั่น, ตัด, ดูดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาให้อาการคัดจมูกดีขึ้นได้

 

ผศ. นพ. ปารยะ   อาศนะเสน
สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

   

 

โรค จมูกอักเสบเรื้อรัง เกิดจากเยื่อบุจมูกไวผิดปกติ เมื่อสัมผัสกับสิ่งกระตุ้น เช่น สารระคายเคือง ฝุ่น ควัน การเปลี่ยนแปลงของอากาศ จะทำให้ผู้ป่วยมี อาการ คัน, จาม, คัดจมูก, น้ำมูกไหล และเสมหะลงคอ อาการคัดจมูกเป็นอาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์มากที่สุด ส่วนใหญ่ การหลีกเลี่ยง ร่วมกับการใช้ยารับประทาน และยาพ่นจมูก จะสามารถบรรเทาอาการต่างๆดังกล่าวได้ แต่ในผู้ป่วยบางรายแม้จะหลีกเลี่ยงและใช้ยาอย่างเต็มที่แล้ว แต่อาการต่างๆดังกล่าวไม่ดีขึ้น หรือไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นดังกล่าวได้ หรือไม่ต้องการใช้ยา การใช้เครื่องปั่น, ตัด, ดูดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาให้อาการคัดจมูกดีขึ้นได้

การ ใช้เครื่องปั่น, ตัด, ดูด ในการรักษาโรคจมูกอักเสบเรื้อรัง เป็นการผ่าตัดที่นิยมทำในการรักษาอาการ คัดจมูก เนื่องจากโรคจมูกอักเสบเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา การใช้เครื่องปั่น, ตัด, ดูดเป็นการนำเครื่องมือพิเศษที่เป็นแท่งโลหะ เข้าไปในเนื้อเยื่อบุจมูก ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวมีคุณสมบัติดูดเอาเนื้อเยื่อจมูก หรือกระดูกเทอร์บิเนต (ซึ่งเป็นกระดูกที่ยื่นมาจากด้านข้างของโพรงจมูก) เข้ามา แล้วมีใบมีดซึ่งอยู่ที่ปลาย ปั่นและตัดเนื้อเยื่อจมูกหรือกระดูกเทอร์บิเนต เป็นชิ้นเล็กๆ โดยทำอันตรายแก่เนื้อเยื่อรอบๆ น้อยมาก หลังจากนั้นจะ เกิดการลดปริมาตร (volume contraction) ของเยื่อบุจมูกที่อุดกั้นโพรงจมูก ทำให้โพรงจมูกโล่งขึ้น หายใจได้สะดวกขึ้น

เนื่อง จากเครื่องมือดังกล่าวได้ไปดูดเอาเนื้อเยื่อจมูกออกมาใต้ผิวเยื่อบุจมูก จึงทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อผิวของเนื้อเยื่อบุจมูกน้อย จึงมีสะเก็ดแผลน้อยหลังผ่าตัด และในรายที่มีอาการคัดจมูกเรื้อรัง เนื่องจากผนังกั้นช่องจมูกคดนั้น อาจใช้เครื่องปั่น, ตัด, ดูดในการรักษาอาการคัดจมูกที่เกิดจากเยื่อบุจมูกหรือกระดูกเทอร์บิเนตบวมโต ร่วมกับการผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นช่องจมูกคด (septoplasty) เพื่อให้ผลของการรักษาอาการคัดจมูกดีขึ้น (septoturbinoplasty)

วิธี นี้สามารถทำได้โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ ผู้ป่วยจึงไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลผลของการลดอาการคัดจมูกดังกล่าวจะเห็น ชัดเจนทันทีหลังผ่าตัด เนื่องจากเยื่อบุจมูกที่บวมหรือกระดูกเทอร์บิเนตที่โตถูกเครื่องมือดูด และตัดออกไป วิธีนี้ง่ายในการทำ ผลข้างเคียงน้อยและได้ผลดี การผ่าตัดชนิดนี้เป็นการผ่าตัดผ่านทางช่องจมูก แพทย์จะใส่เครื่องมือทางช่องจมูก ผู้ป่วยจึงไม่มีบาดแผลใดๆ ที่มองเห็นได้จากภายนอก การผ่าตัดชนิดนี้ควรทำเมื่อผู้ป่วยมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่เป็นหวัดหรือมีการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน

ก่อนผ่าตัด   การ ผ่าตัดชนิดนี้สามารถทำได้โดยการใช้ยาชาเฉพาะที่   แพทย์จะตรวจความสมบูรณ์ของร่างกายผู้ป่วยก่อนผ่าตัด เช่นการตรวจเลือด        ผู้ป่วยสามารถมาโรงพยาบาลวันที่นัดทำผ่าตัดได้เลย   ในบางรายแพทย์อาจแนะนำให้นอนในหอผู้ป่วยหลังผ่าตัด  1 คืน เพื่อสังเกตอาการเลือดออกหลังผ่าตัด

การใช้ยาชาเฉพาะที่  มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ใจสั่น   หน้ามืด   เป็นลม  หูอื้อ แต่อาการเหล่านี้มักหายได้เอง  

หลังผ่าตัด

  1. ผู้ป่วยจะมีแผลที่เยื่อบุจมูกและวัสดุห้ามเลือดภายในโพรงจมูกหลังรับการ รักษา อาจมีอาการเจ็บจมูกจากแผลผ่าตัดเล็กน้อย อาจมีน้ำมูกหรือ น้ำลายปนเลือดออกมาได้บ้างเล็กน้อย 
  2. ผู้ป่วยอาจจะมีไข้ หรือมีอาการบวม หรือรู้สึกติดๆ ขัดๆ ตึงๆ คล้ายมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในโพรงจมูก หรือมีเสียงเปลี่ยนได้ ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะหายไปภายใน 1 สัปดาห์
  3. หลัง การผ่าตัด 1-2 วันแรก เยื่อบุจมูก อาจบวมมากขึ้นได้ ทำให้มีอาการคัดจมูกมากขึ้นได้ อาจต้องหายใจทางปาก ดังนั้นจึงควรนอนศีรษะสูง โดยใช้หมอนหนุน หรือนอนบนที่นอนที่สามารถปรับความเอียงได้ อมและประคบน้ำแข็งบ่อยๆ (ประคบที่หน้าผาก ดั้งจมูก หรือคอ)ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการเลือดออก บริเวณที่ทำผ่าตัด
  4. ผู้ ป่วยจะได้รับยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ยาลดบวม ยาลดอาการคัน จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ผู้ป่วยควรจะรับประทานยาดังกล่าวให้หมด ไม่ว่าอาการจะดีขึ้นหรือไม่ก็ตาม ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล เมื่อจำเป็นได้
  5. ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรงๆ การแคะจมูกหรือการกระทบกระเทือนบริเวณจมูก การออกแรงมาก การเล่นกีฬาที่หักโหม หรือยกของหนัก หลังผ่าตัดภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทำให้มีเลือดออกจากแผลที่เยื่อบุจมูกได้ ถ้าจะจามควรให้ลมออกทางปาก ถ้ามีเลือดออกจากจมูก ควรนอนพัก ยกศีรษะสูง หยอดยาหยอดจมูกห้ามเลือดที่แพทย์สั่งไว้ให้ 3-4 หยดในโพรงจมูกแต่ละข้าง นำน้ำแข็งหรือ cold pack มาประคบบริเวณหน้าผาก ดั้งจมูก หรือคอ อมน้ำแข็งเพื่อให้เลือดหยุด การประคบหรืออมน้ำแข็ง ควรประคบหรืออมประมาณ 10 นาที แล้วจึงเอาออก และรอประมาณ 10 นาที แล้วจึงค่อยประคบหรืออมใหม่เป็นเวลา 10 นาที ทำเช่นนี้สลับกันไปเรื่อยๆ ถ้าเลือดออกไม่หยุดหรือออกมากผิดปกติ ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาแพทย์ทันที
  6. หลัง ผ่าตัด 48 ชั่วโมงแรก ควรล้างทำความสะอาดจมูกและแผลผ่าตัดด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ หรือใช้น้ำเกลือพ่นจมูก เพื่อป้องกันการเกิดสะเก็ดแผล ซึ่งเกิดจากน้ำมูกไปเกาะที่แผลบนเยื่อบุจมูก เพราะจะทำให้แผลหายช้า ควรล้างหรือพ่นน้ำเกลือวันละ 2 ครั้งอย่างน้อย ในวันหยุดควรล้างหรือพ่นเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 3-4 ครั้ง ถ้าล้างแล้ววัสดุห้ามเลือดออกมาไม่ต้องตกใจ ให้ล้างต่อได้ ยกเว้นถ้าเลือดออกมาก ควรหยุดล้างและปฏิบัติตามข้อ 5 ถ้าล้างแล้ววัสดุห้ามเลือดไม่ออกมา แพทย์จะเอาออกให้ในวันนัด
  7. โดย ปกติ หลังผ่าตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ แผลที่เยื่อบุจมูกจะหายเป็นปกติ เยื่อบุจมูกจะลดขนาดลง อาการคัดจมูกจะดีขึ้นทันทีหลังการทำผ่าตัด และจะเห็นผลสูงสุดประมาณ 3-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด

ภาวะแทรกซ้อน  โรค แทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้คือ เลือดออกจากแผลผ่าตัดซึ่งถ้าออกมากจะต้องไปทำการห้ามเลือดในห้องผ่าตัด    การหายใจลำบาก   คัดจมูกจากการบวมของเนื้อเยื่อรอบๆ บริเวณผ่าตัด  หรือแผลผ่าตัดติดเชื้อ  แต่พบได้น้อย    ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังผ่าตัดโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล      ยกเว้นบางรายที่แพทย์เห็นสมควรให้นอนพัก        การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องภายหลังการผ่าตัดมักทำให้การผ่าตัดรักษาได้ผลดี

การนัดตรวจหลังออกจากโรงพยาบาล แพทย์จะนัดมาดูแผล ประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด

Download File