Image
Login เข้าสู่ระบบ

การใช้กล้องส่องตรวจในโพรงจมูก (Nasal Endoscopy)

Last update: 16.04.2009


การ ตรวจโพรงจมูกและโพรงหลังจมูกถือเป็นขั้นตอนการตรวจร่างกายที่สำคัญสำหรับการ วินิจฉัยโรคในผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังทางจมูก ไซนัส รวมทั้ง หู และ คอ ด้วย แต่เดิมการตรวจโพรงจมูกและโพรงหลังจมูกจะใช้เครื่องมือถ่างรูจมูก และกระจกร่วมกับการใช้แสงสว่างโดยใช้แหล่งกำเนิดแสง ซึ่งจะตรวจได้ข้อมูลเกี่ยวกับพยาธิสภาพภายในโพรงจมูกด้านหน้า และด้านหลังได้ในระดับหนึ่ง แต่มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถตรวจบริเวณโพรงจมูกตอนกลางได้อย่างละเอียด

 

รศ. นพ. พีรพันธ์ เจริญชาศรี
ผศ . นพ . ปารยะ อาศนะเสน
สาขาวิชาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

การ ตรวจโพรงจมูกและโพรงหลังจมูกถือเป็นขั้นตอนการตรวจร่างกายที่สำคัญสำหรับการ วินิจฉัยโรคในผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังทางจมูก ไซนัส รวมทั้ง หู และ คอ ด้วย แต่เดิมการตรวจโพรงจมูกและโพรงหลังจมูกจะใช้เครื่องมือถ่างรูจมูก และกระจกร่วมกับการใช้แสงสว่างโดยใช้แหล่งกำเนิดแสง ซึ่งจะตรวจได้ข้อมูลเกี่ยวกับพยาธิสภาพภายในโพรงจมูกด้านหน้า และด้านหลังได้ในระดับหนึ่ง แต่มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถตรวจบริเวณโพรงจมูกตอนกลางได้อย่างละเอียด

การ ส่องกล้องตรวจโพรงจมูกทำให้การวินิจฉัยโรคจมูก โรคโพรงหลังจมูกและพยาธิสภาพของไซนัสเป็นไปได้อย่างถูกต้องและแม่นยำขึ้น นอกเหนือจากการตรวจวินิจฉัยแล้ว ยังใช้ช่วยในการตัดชิ้นเนื้อภายในโพรงจมูกหรือไซนัสเพื่อส่งตรวจทางพยาธิ วิทยา ใช้ในการส่องตรวจโพรงอากาศ บริเวณโหนกแก้ม(แม็กซิลล่า) ใช้ในการผ่าตัด ใช้ตรวจติดตามผลหลังการผ่าตัด นอกจากนี้ยังใช้ในการส่องตรวจรักษาในรายที่มีเลือดออกจากโพรงจมูก ใช้ผ่าตัดรักษาเนื้องอกของโพรงจมูกและไซนัส รวมถึงการผ่าตัดท่อน้ำตาด้วย

สำหรับ ประเทศไทย มีการใช้กล้องส่องตรวจโพรงจมูกและไซนัสเป็นครั้งแรกเมื่อ พ . ศ . 2513 ที่ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ปัจจุบันสาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้จัดตั้งคลินิกการตรวจโพรงจมูกโดยใช้กล้องส่อง ขึ้นสำหรับการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังของจมูกและไซนัส หลัง จากการ วินิจฉัยแล้วจะมีการตัดสินการรักษา ไม่ว่าจะรักษาด้วยการให้ยา หรือรักษาโดยการผ่าตัด หลังการรักษาจะมีการติดตามผลการรักษาด้วยการส่องกล้องตรวจ ซึ่งการใช้กล้องส่องตรวจนี้มีข้อดี คือ สามารถให้การวินิจฉัยโรคทางจมูกและไซนัสได้ถูกต้องแม่นยำขึ้น สามารถตรวจพบพยาธิสภาพที่ซ่อนอยู่ซึ่งไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจร่างกาย ธรรมดา ช่วยทำให้ตัดสินการรักษาได้เหมาะสมมากขึ้น และติดตามการรักษาว่าได้ผลดีมากน้อยเพียงใด

เครื่องมือสำหรับการตรวจโพรงจมูกโดยใช้กล้องส่อง

โดย ทั่วไปแพทย์จะใช้กล้องชนิดแข็ง (เทเลเอ็นโดสโคป : tele-endoscope ) ขนาด 4 มิลลิเมตรสำหรับการตรวจโพรงจมูก ในผู้ป่วยที่ช่องจมูกแคบมาก หรือในเด็กที่มีช่องจมูกเล็ก แพทย์จะเลือกใช้กล้องเทเลเอ็นโดสโคปขนาด 2.7 มิลลิเมตร นอกจากนี้อาจใช้กล้องชนิดอ่อน (เฟล๊กซิเบิ้ลเอ็นโดสโคป : flexible-endoscope ) ก็ได้ ซึ่งมีประโยชน์ในผู้ป่วยที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ซึ่งอาจจะดิ้นไปมาได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยเด็ก ซึ่งจะทำให้มีการบาดเจ็บต่อโพรงจมูกน้อยเวลาผู้ป่วย เคลื่อนไหวศีรษะ แพทย์ผู้ทำการตรวจสามารถดูได้โดยตรงด้วยตาเปล่า หรืออาจจะใช้กล้องวิดีทัศน์ต่อแล้ว ดูภาพบนจอทีวีก็ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในแง่การเรียนการสอน รวมทั้งการบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานทางการแพทย์

การเตรียมผู้ป่วยและการให้ยาชาเฉพาะที่

ผู้ ป่วยไม่จำเป็นต้องงดน้ำและอาหารก่อนมารับการส่องตรวจโพรงจมูก และควรนำญาติมาด้วยอย่างน้อยหนึ่งคนในวันนัดตรวจ และแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมทั้งประวัติการแพ้ยา โดยเฉพาะยาชา โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยจะได้รับการส่องดูสภาพของโพรงจมูกส่วนหน้า ก่อนที่จะทำการพ่นยาหดหลอดเลือด (ยาที่ทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม) หรือก่อนการให้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อประเมินสภาพจริงๆ ของเยื่อบุโพรงจมูกว่ามีการบวม แดง มีการคั่งของเลือด มากน้อยเท่าใด และเยื่อบุจมูกบวมมากหรือไม่ ทั้งนี้ถ้าทำการพ่นยา หดหลอดเลือด และให้ยาชาก่อนจะทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวมหมด และไม่สามารถบอกสภาพจริงๆ ของเยื่อบุจมูกของผู้ป่วยได้

ในผู้ป่วยเด็กเล็ก แพทย์อาจจะเริ่มต้นจากการคุยกันให้เด็กคุ้นเคยก่อน แล้วใช้กล้องส่องหู สาธิตให้ดูว่าจะใช้กล้องนี้ส่องดูที่จมูก โดยเริ่มจากส่องหูก่อนแล้วค่อยมาส่องดูจมูกเพื่อให้เด็กคุ้นเคย หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มขบวนการตรวจจมูกด้วยกล้องต่อไป

วิธีการทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม และให้ยาชาเฉพาะที่

แพทย์ จะใช้น้ำยาหดหลอดเลือด ผสมกับยาชา ในอัตราส่วน 1: 1 แล้วนำน้ำยานี้ใส่ขวดสเปรย์สำหรับพ่นจมูก แล้วนำไปพ่นเข้าไปในโพรงจมูกของผู้ป่วยข้างละ 2-3 ครั้ง ให้ผู้ป่วยนั่งรอประมาณ 5 นาที เยื่อบุจมูกจะยุบบวม และสามารถทำการตรวจภายในโพรงจมูกได้เกือบทุกราย ในรายที่เยื่อบุจมูกบวมมาก ไม่ยุบ หรือต้องการตรวจละเอียดเพิ่มเติมในบางบริเวณ แพทย์จะใช้สำลีแผ่นบางตัดเป็นชิ้นยาวประมาณ 1? นิ้ว ชุบน้ำยาหดหลอดเลือด ผสมกับยาชา แล้วบีบให้หมาดๆ แล้วใส่ในโพรงจมูก วิธีการทั้ง 2 แบบนี้จะทำให้เยื่อบุโพรงจมูกยุบบวมลงมาก ยาชาจะทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการใช้กล้องส่องตรวจ สามารถส่องตรวจได้เกือบทุกบริเวณของโพรงจมูก

วิธีการส่องตรวจโพรงจมูกและการปฏิบัติตัว

การ ส่องตรวจโพรงจมูกสามารถทำได้โดยผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งบนเก้าอี้ตรวจที่มีพนัก พิงและมีที่พิงศีรษะ หรือให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนบนเตียงตรวจก็ได้

การ ตรวจในท่านั่งมีข้อดี คือ สะดวก จัดท่าง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปที่เตียงแต่จะมีปัญหาเรื่องผู้ป่วยกลัวแล้วเป็น ลมหมดสติ ดังนั้นเวลาส่องตรวจแพทย์จะพูดคุยซักถามและสังเกตผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลาว่ามี อาการ กลัว หน้าซีด มือเย็นหรือไม่ ถ้ามีแพทย์จะรีบให้ผู้ป่วยนอนราบทันที นอกจากนั้นอาจมีปัญหาเรื่องผู้ป่วยขยับศีรษะหรือผงะหนี โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีระดับความทนทานต่อความเจ็บปวดน้อย ดังนั้นจึงต้องใช้เก้าอี้ที่มีพนักพิงและมีที่พิงศีรษะด้วย ขณะตรวจผู้ป่วยไม่ควรเคลื่อนไหวศีรษะ เพราะจะทำให้กล้องกระทบกับผนังโพรงจมูกทำให้เกิดอาการเจ็บได้ ระหว่างการส่องตรวจอาจมีอาการเจ็บ, คันหรือ แสบจมูก จามได้เล็กน้อย ในท่านั่งนี้ การทำหัตถการบางชนิดอาจทำได้ไม่สะดวกหรือลำบากกว่าท่านอน

ส่วน การตรวจในท่านอน จะต้องเสียเวลาย้ายผู้ป่วยไปที่เตียง ข้อดีของการตรวจในท่านอน คือ ไม่มีปัญหาเรื่องการเป็นลมหมดสติ หรือการผงะศีรษะหนี การทำหัตถการบางชนิดอาจทำได้สะดวกกว่า หลังการส่องตรวจโพรงจมูกผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ และรับประทานอาหารได้ตามปกติ ภายใน 24 ชั่วโมงแรกผู้ป่วยอาจมีน้ำมูก หรือเสมหะไหลลงคอมากขึ้น อาจมีอาการแสบ หรือคัดจมูกได้ แต่อาการดังกล่าวมักจะหายไปเอง

การส่องตรวจโพรงจมูก โดยใช้กล้องทั้งเทเลเอ็นโดสโคป และเฟล๊กซิเบิ้ลเอ็นโดสโคป เป็นมาตรฐานอย่างหนึ่งของการตรวจวินิจฉัยโรคในผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังทาง จมูก หรือผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพในโพรงจมูกและไซนัส เอ็นโดสโคป ช่วยให้เห็นภาพได้โดยตรง ชัดเจน โดยเฉพาะในบริเวณที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำให้การวินิจฉัยและประเมินพยาธิสภาพภายในโพรงจมูกเป็นไปได้อย่างถูกต้อง แม่นยำขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้มีความเข้าใจในเรื่องพยาธิสภาพและกลไกของการเกิดโรค ไซนัสอักเสบเรื้อรังได้ดียิ่งขึ้น การประเมินความเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุโพรงจมูก และองค์ประกอบของผนังด้านข้างของโพรงจมูกโดยการใช้กล้องส่องตรวจ ร่วมกับการใช้ภาพถ่ายรังสีคอมพิวเตอร์ (CT scan) ของจมูกและไซนัสทำให้สามารถบ่งบอกถึงบริเวณที่มีพยาธิสภาพในโพรงจมูกและ ไซนัสได้ชัดเจนขึ้น บอกระยะและความรุนแรงของโรคได้ และสามารถวางแผนการรักษาได้ถูกต้องมากขึ้น การส่องกล้องตรวจโพรงจมูกจึงถือเป็นขั้นตอนการตรวจและวินิจฉัยที่สำคัญและจำ เป็นสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคจมูกและไซนัสอักเสบโดยเฉพาะในรายที่เป็น เรื้อรังและต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัด ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยและเพื่อป้องกันความผิดพลาดจากแพทย์ใน การวินิจฉัยโรคเรื้อรังทางจมูกและไซนัส