Image
Login เข้าสู่ระบบ

หูน้ำหนวก หรือ หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง

Last update: 16.04.2009


โรคหูชั้นกลางอักเสบ เป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในเด็ก เนื่องจากในเด็กนั้น ท่อปรับความดันหูชั้นกลาง ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างหูชั้นกลาง และโพรงหลังจมูก ยังไม่พัฒนาสมบูรณ์เต็มที่ ประกอบกับเด็ก มีการสัมผัส คลุกคลีกับบุคคล และสถานที่ต่างๆ มากขึ้น เกิดภาวะติดเชื้อ เป็นหวัดได้บ่อย ซึ่งถ้าหวัดที่เป็นลุกลาม ก็มีโอกาสที่จะเกิดการอักเสบต่อเนื่อง


 

ผศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

          โรคหูชั้นกลางอักเสบ เป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในเด็ก เนื่องจากในเด็กนั้น ท่อปรับความดันหูชั้นกลาง ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างหูชั้นกลาง และโพรงหลังจมูก ยังไม่พัฒนาสมบูรณ์เต็มที่ ประกอบกับเด็ก มีการสัมผัส คลุกคลีกับบุคคล และสถานที่ต่างๆ มากขึ้น เกิดภาวะติดเชื้อ เป็นหวัดได้บ่อย ซึ่งถ้าหวัดที่เป็นลุกลาม ก็มีโอกาสที่จะเกิดการอักเสบต่อเนื่องไปยัง รูเปิดของท่อปรับความดันหูชั้นกลาง ซึ่งอยู่หลังโพรงจมูก มีผลทำให้เกิดภาวะหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลันขึ้น ซึ่งระยะนี้จะยังไม่มีน้ำไหล เป็นหูน้ำหนวก แต่จะมีอาการไข้สูง ปวดหูมาก ถ้าเป็นเด็กเล็ก จะร้องกวนตลอด เอามือกุมหูข้างที่ปวดไว้ตลอด และอาการปวดหูอาจเป็นมากขึ้น เวลากลางคืน โดยในระยะนี้แก้วหูยังไม่ทะลุ ในระยะต่อมาถ้าไม่ได้รับการรักษา อาการหูอื้อ และปวดหูจะมากขึ้นอีก จนเมื่อแก้วหูทะลุ อาการปวดหู และไข้จะเริ่มทุเลาลงได้ แต่จะมีน้ำหนอง ซึ่งมีกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากหู ถ้ายังไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอีก อาจกลายเป็นหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังต่อไป ซึ่งมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆตามมาได้ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, หูชั้นในอักเสบ, ฝีในสมอง, ฝีหลังหู, ฝีที่คอ, ใบหน้าเป็นอัมพาต

          การรักษาหูน้ำหนวก หรือ หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง

          1. รักษาหวัด หรือ การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ถ้าเป็นหวัดนำมาก่อน
          2. รับประทาน ยาต้านจุลชีพต่อเนื่องประมาณ 1-2 สัปดาห์
          3. ใช้ยาหยอดหูซึ่งมียาต้านจุลชีพ (ที่แพทย์สั่งให้) หยอดหูวันละ 3-4 ครั้ง (อ่านวิธีหยอด ในบทความเรื่อง “ยาหยอดหู”)
          4. ทำความสะอาดช่องหู โดยแพทย์หู คอ จมูก และสามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาดให้ชุ่ม และเช็ดบริเวณปากรูหูออกมา ไม่ควรแหย่ไปลึกกว่านั้น
          5. ป้องกันการเป็นซ้ำ โดยป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหู โดยใช้สำลีหรือวัสดุอุดรูหู (ear plug) (ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านกีฬา เป็นที่อุดหูสำหรับการว่ายน้ำหรือดำน้ำ) ทุกครั้งขณะอาบน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหู และ ป้องกันไม่ให้เป็นหวัด โดยหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง เช่น เครียด, นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ, การสัมผัสอากาศที่เย็นมากเกินไป เช่น ขณะนอน เปิดแอร์หรือพัดลมเป่าจ่อ ไม่ได้ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเพียงพอ การดื่มหรืออาบน้ำเย็น ตากฝน หรือสัมผัสอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่น จากร้อนเป็นเย็น หรือเย็นเป็นร้อน หรือมีคนรอบข้างที่ไม่สบายคอยแพร่เชื้อให้
          6. ผ่าตัดในบางกรณี เช่นต้องการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนคนปกติ (อ่านการผ่าตัด เรื่อง “การทำผ่าตัดปะเยื่อแก้วหู”)

          การดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคหูน้ำหนวก ทำได้ง่ายๆ ดังนี้

          1. ไม่ควรพยายามแคะ ปั่น หรือเขี่ย หรือเช็ดขี้หูออก หรือทำความสะอาดหูโดยใช้ไม้พันสำลี นิ้วมือ หรือวัตถุใดๆก็ตาม
          2. ไม่ควรล้างหูด้วยสบู่ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อบ่อยๆ หรือซื้อยาหยอดหูมาใช้เอง
          3. หลีกเลี่ยงไม่ไอ แบบปิดปาก หรือสั่งน้ำมูก จาม แบบปิดจมูกรุนแรง
          4. เมื่อมีอาการน่าสงสัย หรือเป็นหวัดยาวนาน หรือ เป็นหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน ควรรีบไปพบแพทย์หู คอ จมูก