Image
Login เข้าสู่ระบบ

คลายข้อสงสัย...เรื่องล้างจมูก

Last update: 14.10.2016


คลายข้อสงสัย...เรื่องล้างจมูก

รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


คำถาม: การล้างจมูกคืออะไร

คำตอบ: การล้างจมูก เป็นการทำความสะอาดโพรงจมูก และ/หรือ ไซนัส โดยชะล้างเอาน้ำมูก หนอง สิ่งสกปรกในโพรงจมูก หรือโพรงหลังจมูก และ/หรือ ไซนัส ซึ่งเกิดจากการอักเสบออก ด้วยน้ำเกลือ เพื่อให้โพรงจมูกและ/หรือ ไซนัสโล่ง ทำให้บรรเทาอาการคัดจมูก คัน จาม น้ำมูกไหล (ทั้งที่ไหลออกมาข้างนอก และไหลลงคอ) แสบจมูก ปวดจมูก หรือปวดบริเวณไซนัส รวมทั้งการมีกลิ่นเหม็นในโพรงจมูกและ/หรือ ไซนัส

คำถาม: การล้างจมูกมีประโยชน์อย่างไร

คำตอบ: การล้างจมูกมีประโยชน์ดังนี้

  • ช่วยล้างน้ำมูกเหนียวข้นที่ไม่สามารถระบายออกได้เอง ทำให้โพรงจมูกและ/หรือ ไซนัส สะอาด
  • ช่วยให้อาการหวัดเรื้อรัง (คัดจมูก คัน จาม น้ำมูกไหล แสบจมูก ปวดจมูก) ดีขึ้น และลดน้ำมูกหรือเสมหะที่ไหลลงคอ
  • ช่วยระบายหนองจากไซนัสดีขึ้น โดยลดน้ำมูกหรือหนองที่อุดอยู่บริเวณรูเปิดของโพรงไซนัส ในโพรงจมูก ทำให้อาการไซนัสอักเสบดีขึ้นเร็ว
  • ช่วยป้องกันการลุกลามของเชื้อโรคจากจมูกและไซนัสขึ้นไปหูชั้นกลาง หรือลงไปสู่ปอด
  • ช่วยลดจำนวนเชื้อโรค มลพิษ สารก่อภูมิแพ้ สิ่งระคายเคือง และ สารที่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อสารก่อภูมิแพ้ในโพรงจมูก และ/หรือ ไซนัส
  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุจมูก
  • ช่วยบรรเทาอาการคัดแน่นจมูก ถ้าใช้น้ำเกลืออุ่นล้างจมูก โดยทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม ทำให้หายใจโล่งขึ้น
  • ช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง และลดการอักเสบในจมูก
  • การล้างจมูกก่อนการพ่นยา หรือหยอดยาในจมูก (ในกรณีแพทย์สั่งยาพ่นจมูก หรือยาหยอดจมูกให้ใช้) จะทำให้ยาสัมผัสกับเยื่อบุจมูกได้มากขึ้น ออกฤทธิ์ได้ดี มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
  • ช่วยชะล้างคราบสะเก็ดแข็งของเยื่อบุจมูก และ/หรือไซนัส หลังการผ่าตัด หรือหลังการฉายแสงออก ทำให้แผลในโพรงจมูก และไซนัสหายเร็วขึ้น ป้องกันการเกิดพังผืดซึ่งทำให้รูจมูกหรือไซนัสตีบแคบ
  • ช่วยเพิ่มการทำงานของขนกวัดในจมูก ซึ่งทำหน้าที่พัดโบก กำจัดสิ่งแปลกปลอมในโพรงจมูก
  • ทำให้ลดปริมาณยาที่ใช้ในการรักษาโรคจมูก และ/หรือ ไซนัสลงได้

คำถาม: ควรล้างจมูกเมื่อใด

คำตอบ: ควรล้างจมูกเมื่อ

  • เมื่อมีน้ำมูกเหนียวข้นค้างอยู่ในโพรงจมูกหรือไซนัส
  • เมื่อมีอาการคัดแน่นจมูก
  • เมื่อหายใจเอาฝุ่นควัน หรือสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในจมูก
  • ก่อนใช้ยาพ่นจมูก หรือยาหยอดจมูก
  • เมื่อมีเสมหะในลำคอ ซึ่งเกิดจากการอักเสบในโพรงจมูกหรือไซนัส
  • หลังผ่าตัด หรือหลังการฉายแสงบริเวณจมูก หรือไซนัส
  • มีกลิ่นเหม็นที่เกิดจากโรคจมูก และ/หรือไซนัส

คำถาม: ใครบ้างที่ควรล้างจมูก

คำตอบ: ผู้ป่วยเหล่านี้......ควรได้รับการล้างจมูก

  • ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากการติดเชื้อ หรือ "หวัด"
  • ผู้ป่วยโรคไซนัสอักเสบ
  • ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือ "แพ้อากาศ"
  • ผู้ป่วยโรคริดสีดวงจมูก
  • ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบเหี่ยวฝ่อ
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดจมูกและ/หรือไซนัส
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสงบริเวณจมูกและ/หรือไซนัส

คำถาม: การล้างจมูก...ทำอย่างไร

คำตอบ: เทคนิคการล้างจมูก มีดังต่อไปนี้

  1. ควรอุ่นน้ำเกลือก่อนการล้างจมูกเสมอ โดยให้มีอุณหภูมิพอเหมาะกับเยื่อบุจมูก การใช้น้ำเกลือที่ไม่ได้อุ่นล้างจมูก อาจทำให้เกิดการคัดจมูกหลังการล้างได้ การอุ่นน้ำเกลือสามารถทำได้โดยเทน้ำเกลือสำเร็จรูป เช่น น้ำเกลือในขวดที่บรรจุมาแล้วจากโรงงาน หรือน้ำเกลือที่ได้จากการผสม (โดยใช้เกลือซองสำเร็จรูปผสมกับน้ำสะอาด) ใส่ภาชนะปากกว้าง เช่น ชาม ในขนาดพอประมาณ ที่จะทำการล้างในเวลานั้นๆ และนำไปอุ่นในเครื่องไมโครเวฟ ในกรณีที่อยากทำน้ำเกลือไว้ล้างเอง อาจทำได้โดย ต้มน้ำประปาในขนาด 1 ขวดแม่โขง (750 ซีซี) ในหม้อต้มให้เดือด หลังจากนั้นใส่เกลือแกง หรือเกลือป่นที่ใช้ปรุงอาหารลงไป 1 ช้อนชา แล้วคนให้เข้ากัน หลังจากนั้นจึงปิดไฟ และตั้งทิ้งไว้ให้อุ่น (น้ำเกลือที่เตรียมเอง ควรใช้ภายใน 1 วันเท่านั้น ที่เหลือควรทิ้งไป) ก่อนนำน้ำเกลือที่อุ่นแล้วนั้นมาล้างจมูก ควรทดสอบกับหลังมือเสียก่อน น้ำเกลือควรจะอุ่นในขนาดที่หลังมือทนได้
  2. ควรล้างจมูกบนโต๊ะ โดยหาภาชนะมารองรับน้ำเกลือหลังล้าง ที่จะออกมาทางจมูก และปาก เช่น ชาม หรือกะละมัง หรือล้างในอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ
  3. ใช้ลูกยางแดง หรือกระบอกฉีดยา ดูดน้ำเกลือที่อุ่นได้ที่แล้วในขนาดน้อยๆก่อนเช่น ประมาณ 10-15 ซีซี ในผู้ใหญ่ หรือประมาณ 5 ซีซี ในเด็ก หรือกรอกน้ำเกลือใส่ขวดพลาสติกที่ใช้สำหรับล้างจมูก
  4. ผู้ที่จะล้างจมูกควรนั่งโน้มตัวไปข้างหน้า และก้มหน้าเล็กน้อย อยู่เหนือภาชนะรองรับน้ำเกลือหลังจากที่ล้างแล้ว ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ หรืออยู่เหนืออ่างล้างหน้า ควรเริ่มล้างจมูกข้างที่โล่งกว่า หรือ คัดน้อยกว่าก่อน
  5. ควรนำปลายของลูกยางแดง หรือกระบอกฉีดยา หรือขวดพลาสติกที่ใช้สำหรับล้างจมูก ใส่เข้าไปในจมูกข้างที่จะล้างเล็กน้อย อ้าปากไว้ แล้วหายใจเข้าเต็มที่ และกลั้นหายใจไว้
  6. บีบลูกยางแดง หรือดันกระบอกสูบของกระบอกฉีดยา หรือบีบขวดพลาสติกที่ใช้สำหรับล้างจมูก เบาๆ ให้น้ำเกลือไหลเข้าไปในจมูกช้าๆ ซึ่งน้ำเกลือก็จะผ่านเข้าไปในโพรงจมูกข้างหนึ่ง แล้วไปกระทบกับผนังของโพรงหลังจมูก แล้วผ่านเข้าไปในโพรงจมูกอีกข้างหนึ่ง (โพรงจมูกซ้ายและขวามีทางเชื่อมต่อกันทางด้านหลัง) แล้วออกมาทางรูจมูกอีกข้างหนึ่ง หลังจากที่น้ำเกลือส่วนใหญ่ไหลออกมาจากจมูก และ / หรือ ปากแล้ว ให้หายใจตามปกติได้ ข้อสำคัญคือ ระหว่างที่ดันน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูก จะต้องกลั้นหายใจไว้ มิฉะนั้นอาจหายใจเอาน้ำเกลือลงไปยังกล่องเสียงและหลอดลมทำให้เกิดการสำลักได้
  7. หลังจากที่คุ้นเคยกับการล้างจมูก และรู้จังหวะของการหายใจแล้ว จึงค่อยๆเพิ่มปริมาณของน้ำเกลือในการล้างแต่ละครั้งขึ้นเรื่อยๆ การล้างจมูกให้ได้ประสิทธิภาพในการชำระล้างโพรงจมูกให้สะอาดนั้น ควรจะดันน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูกทุกทิศทาง เช่น ทางขวา ซ้าย ด้านบนและล่างของโพรงจมูก เพื่อชะล้างน้ำมูกหรือสิ่งสกปรกในโพรงจมูกออกได้ทั่วทั้งโพรงจมูก และออกมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ หลังจากฉีดล้างโพรงจมูกข้างใดข้างหนึ่ง ควรจะมีน้ำเกลือไหลออกจากโพรงจมูกอีกข้าง ถึงจะเป็นการล้างที่ถูกต้องคือ มีปริมาณของน้ำเกลือที่ใช้ล้างในแต่ละครั้ง และมีความแรงของน้ำเกลือที่ฉีดเข้าไปเพียงพอ ควรล้างโพรงจมูกสลับข้างไปเรื่อยๆ เช่น หลังล้างข้างซ้าย ก็ควรย้ายไปล้างข้างขวา แล้วสลับกันไปมา
  8. การล้างจมูกแต่ละครั้งนั้น ควรล้างจนกว่าจะรู้สึกว่าจมูกโล่ง ไม่มีน้ำมูกหรือสิ่งสกปรกอะไรคั่งค้างในจมูก และควรล้างจนกว่าน้ำเกลือที่ออกมาจากจมูกและปาก จะใสเหมือนกับน้ำเกลือที่ฉีดเข้าไปในโพรงจมูก จึงจะหยุดการล้างได้
  9. หลังจากล้างเสร็จ สามารถสั่งน้ำมูก หรือน้ำเกลือที่คั่งค้างอยู่ในโพรงจมูก และบ้วนน้ำเกลือและน้ำมูกส่วนที่ไหลลงคอรวมทั้งเสมหะในคอออกมาได้ การล้างจมูกอย่างถูกต้องบ่อยๆ จะไม่เกิดโทษ หรืออันตรายต่อจมูก หรือร่างกาย ในทางตรงกันข้าม จะมีประโยชน์โดยช่วยล้างน้ำมูก สิ่งสกปรกที่คั่งค้างอยู่ในโพรงจมูกออก ดังนั้นในช่วงวันหยุด ถ้าล้างเพิ่มได้ ก็ควรจะทำ ควรล้างจมูกก่อนการพ่นยาในจมูกเสมอ แนะนำให้ล้างจมูกก่อนเวลารับประทานอาหาร (ขณะท้องว่าง) หรือหลังรับประทานอาหารแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไปเพื่อป้องกันการอาเจียนหรือสำลัก
  10. หลังล้างจมูกเสร็จทุกครั้ง ควรล้างอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูกให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ หรือ น้ำยาล้างจาน แล้วล้างด้วยน้ำประปาจนสะอาด (ในกรณีที่ใช้ลูกยางแดงหรือกระบอกฉีดยาที่ทำจากแก้ว หลังจากล้างแล้วควรนำมาต้มกับน้ำเดือด ประมาณ 5 นาที) แล้วผึ่งให้แห้ง

คำถาม: การล้างจมูก กับการใช้น้ำเกลือพ่นจมูกมีข้อแตกต่างกันอย่างไร

คำตอบ: ต่างกันเรื่องปริมาตรของน้ำเกลือที่ใช้ทำความสะอาดโพรงจมูก การล้างจมูกใช้ปริมาตรของน้ำเกลือที่ใช้ทำความสะอาดโพรงจมูกมากกว่า ขณะที่การใช้น้ำเกลือพ่นจมูกใช้ปริมาตรของน้ำเกลือที่ใช้ทำความสะอาดโพรงจมูกน้อยกว่า ดังนั้นประโยชน์ที่ได้จากการล้างจมูกนั้นน่าจะมากกว่าการใช้น้ำเกลือพ่นจมูก เปรียบเสมือนการล้างจมูก คือการอาบน้ำ การใช้น้ำเกลือพ่นจมูก คือการเช็ดตัว การอาบน้ำย่อมทำให้ร่างกายสะอาดมากกว่าการเช็ดตัว แต่การใช้น้ำเกลือพ่นจมูกมีประโยชน์ในกรณีที่ผู้ที่จะล้างจมูก ไม่สะดวกในการเตรียมอุปกรณ์สำหรับล้างจมูก อาจใช้น้ำเกลือพ่นจมูกทำความสะอาดโพรงจมูกแทน

คำถาม: ทำไมเมื่อมีการล้างจมูกแล้ว บางทีมีน้ำไหลลงคอ หรือมีอาการหูอื้อ, ปวดหู, มีเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะ บ้านหมุนได้ และจะเป็นอันตรายหรือเปล่า

คำตอบ: เนื่องจากโพรงจมูกด้านหลังมีช่องทางติดต่อกับคอ และหูชั้นกลาง โดยผ่านท่อยูสเตเชียน (eustachian tube) ซึ่งเป็นท่อที่เชื่อมต่อระหว่าง หูชั้นกลาง (middle ear) และโพรงหลังจมูก (nasopharynx) ดังนั้นเมื่อล้างจมูก แล้วน้ำเกลือจึงอาจลงมาในคอได้ ซึ่งไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ผู้ล้างจมูกสามารถบ้วนน้ำเกลือที่ไหลลงมาในคอทิ้งได้
ท่อยูสเตเชียนทำหน้าที่ช่วยปรับความดันของหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก เมื่อใดที่ท่อนี้ทำงานผิดปกติไป จะทำให้เกิดอาการหูอื้อ (aural fullness or hearing loss), ปวดหู (otalgia), มีเสียงดังในหู (tinnitus) หรือเวียนศีรษะ บ้านหมุน (vertigo)ได้ ตัวอย่างในชีวิตประจำวันที่เราพบได้บ่อยที่ท่อนี้ทำงานผิดปกติ ได้แก่ เวลาขึ้นหรือลงลิฟท์เร็วๆ หรือเครื่องบินขึ้น หรือลงเร็วๆ หรือ เวลาดำน้ำ หรือ เวลาเป็นหวัด หรือ ไซนัสอักเสบ หรือภูมิแพ้กำเริบ จะมีอาการหูอื้อ, ปวดหู, มีเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะ บ้านหมุน ดังนั้นเวลาล้างจมูก น้ำอาจไปถูกรูเปิดของท่อยูสเตเชียน ทางด้านหลัง ทำให้ผู้ล้างมีอาการหูอื้อ หรือปวดหูได้ ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะเป็นเพียงชั่วคราว และไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ผู้ล้างควรจะสังเกตว่าดันน้ำเข้าไปในโพรงจมูกทิศทางใด แล้วเกิดอาการของหู ดังกล่าว ก็ควรหลีกเลี่ยงทิศทางนั้นๆ

คำถาม: การล้างจมูก จำเป็นต้องทำเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จมูก เท่านั้นหรือเปล่า

คำตอบ: ไม่จำเป็น คนธรรมดาที่แข็งแรงดี แล้วอยากล้างทำความสะอาดในโพรงจมูกก็สามารถทำได้ หรือผู้ป่วยเหล่านี้ ที่ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้จมูก ก็สามารถล้างจมูกได้

  • ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากการติดเชื้อ หรือ "หวัด"
  • ผู้ป่วยโรคไซนัสอักเสบ
  • ผู้ป่วยโรคริดสีดวงจมูก
  • ผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบเหี่ยวฝ่อ
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดจมูกและ/หรือไซนัส
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสงบริเวณจมูกและ/หรือไซนัส

คำถาม: กรณีที่ใช้อุปกรณ์ล้างจมูกที่มีแรงดันสูงมาก จะเป็นอันตรายหรือเปล่า

คำตอบ: ในคนปกติ อาจต้องระมัดระวังว่าน้ำที่มีแรงดันที่สูงมาก อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะในโพรงจมูก หรือรูเปิดของท่อยูสเตเชียน ทางด้านหลังโพรงจมูกได้ และยิ่งในผู้ป่วยที่โครงสร้างในโพรงจมูกไม่ปกติ เช่นเคยได้รับการผ่าตัดโพรงจมูกและ/หรือไซนัส หรือเคยได้รับการฉายแสงบริเวณโพรงจมูกและ/หรือไซนัสมาก่อน ก็ควรระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น