Image
Login เข้าสู่ระบบ

การตรวจระดับการได้ยิน

Last update: 07.08.2009


การตรวจระดับการได้ยิน เป็นการตรวจการทำงานของหู และระบบโสตประสาทเพื่อหาระดับการได้ยิน. โดยปกติจะทำการทดสอบหาระดับการได้ยินผ่านสองทาง คือ การนำเสียงผ่านอากาศ และการนำเสียงผ่านกระดูก

ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา   คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

           


การตรวจระดับการได้ยิน เป็นการตรวจการทำงานของหู และระบบโสตประสาทเพื่อหาระดับการได้ยิน. โดยปกติจะทำการทดสอบหาระดับการได้ยินผ่านสองทาง คือ การนำเสียงผ่านอากาศ และการนำเสียงผ่านกระดูก
              การนำเสียงผ่านอากาศจะทดสอบโดยการครอบหูฟัง ส่วนการนำเสียงผ่านกระดูกจะทดสอบโดยการวางตัวปล่อยเสียงที่กระดูกกกหู จากนั้นจะปล่อยเสียงความถี่เดียว ที่ระดับความดังต่างๆ แล้วลดระดับลงเรื่อยๆ จนถึงระดับความดังที่เบาที่สุดที่ผู้ถูกทดสอบได้ยิน
              โดยปกติแล้วระดับการได้ยินปกติจะอยู่ระหว่าง -10 จนถึง 25 เดซิเบล ผู้ที่มีระดับการได้ยินสูงกว่านี้ ถือว่ามีความผิดปกติของระดับการได้ยิน โดยแบ่งเป็นระดับต่างๆดังนี้

ระดับการได้ยิน (เดซิเบล)

ความผิดปกติ

-10 ถึง 25

การได้ยินปกติ

26 ถึง 40

หูตึงเล็กน้อย

41ถึง 55

หูตึงปานกลาง

56 ถึง 70

หูตึงมาก

70 ถึง 90

หูตึงอย่างรุนแรง

มากกว่า 90

หูหนวก

            นอกจากนี้ยังแบ่งประเภทการสูญเสียการได้ยินเป็น 3 ชนิด ดังนี้.

  1. การสูญเสียการได้ยินเฉพาะการนำเสียงผ่านอากาศ (conductive hearing loss)

    เป็นการสูญเสียความสามารถในการนำเสียงของหูชั้นนอกหรือหูชั้นกลาง แต่หูชั้นในและระบบประสาทการได้ยินอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยจะพบว่าระดับการได้ยินของการนำเสียงผ่านกระดูกอยู่ในเกณฑ์ปกติ ระดับการได้ยินของการนำเสียงผ่านอากาศสูงกว่า 25 เดซิเบล

  2. การสูญเสียการได้ยินที่โสตประสาท (sensorineural hearing loss)

    เป็นการสูญเสียความสามารถในการนำเสียงของหูชั้นในหรือระบบประสาทการได้ยิน โดยจะพบว่าระดับการได้ยินของการนำเสียงผ่านกระดูกและการนำเสียงผ่านอากาศสูงกว่า 25 เดซิเบล โดยทั้งสองเส้นของระดับการได้ยินจะไม่ห่างกันเกิน 15 เดซิเบล

  3. การสูญเสียการได้ยินแบบผสม (mixed hearing loss)

    เป็นการสูญเสียความสามารถในการนำเสียงของหูชั้นนอกหรือหูชั้นกลาง ร่วมกับการสูญเสียความสามารถของหูชั้นในและระบบประสาทการได้ยิน โดยจะพบว่าระดับการได้ยินของการนำเสียงผ่านกระดูกและการนำเสียงผ่านอากาศสูงกว่า 25 เดซิเบล แต่ทั้งสองเส้นห่างกันมากกว่า 15 เดซิเบล แสดงว่าการนำเสียงผ่านอากาศแย่กว่าการนำเสียงผ่านกระดูก


              ผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยินจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ซึ่งอาจรักษาได้ด้วยยา หรือการผ่าตัด นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ เช่น การใช้เครื่องช่วยฟัง รวมทั้งได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวอีกด้วย

______________________________________________________________________