Image
Login เข้าสู่ระบบ

ขึ้น ลง...เครื่องบิน มีปัญหาปวดหู หูอื้อ…ทำอย่างไรดี

Last update: 11.06.2009


โดยปกติ ร่างกายเรามีท่อยูสเตเชียน ซึ่งเป็นท่อที่ช่วยปรับความดันของหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก เมื่อใดที่ท่อนี้ทำงานผิดปกติไป จะทำให้เกิดอาการหูอื้อ, ปวดหู, มีเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะ บ้านหมุนได้ ตัวอย่างในชีวิตประจำวันที่เราพบได้บ่อยคือ เวลาขึ้นลิฟท์ หรือลงลิฟท์เร็วๆ หรือเครื่องบินขึ้น หรือลงเร็วๆ จะมีอาการหูอื้อ ปวดหู

 

ผศ. นพ. ปารยะ อาศนะเสน
สาขาวิชาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

               โดยปกติ ร่างกายเรามีท่อยูสเตเชียน (eustachian tube) ซึ่งเป็นท่อที่เชื่อมต่อระหว่างหูชั้นกลาง (middle ear) และโพรงหลังจมูก (nasopharynx) ทำหน้าที่ช่วยปรับความดันของหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก   เมื่อใดที่ท่อนี้ทำงานผิดปกติไป (eustachian tube dysfunction)   เช่น เวลาขึ้นลิฟท์ หรือลงลิฟท์เร็วๆ  หรือเครื่องบินขึ้น หรือลงเร็วๆ จะทำให้เกิดอาการหูอื้อ (aural fullness), ปวดหู (otalgia), มีเสียงดังในหู (tinnitus) หรือเวียนศีรษะ บ้านหมุน (vertigo) ได้   

ดังนั้น จะทำอย่างไรดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาของหู เวลา เครื่องบินขึ้น หรือ ลง 

  1. เวลาเดินทาง ควรป้องกันตนเองไม่ให้เป็นหวัด (common cold) หรือไซนัสอักเสบ (sinusitis) (โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง  เช่น  เครียด,  นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ,   การสัมผัสอากาศที่เย็นมากเกินไป  เช่น ขณะนอน เปิดแอร์หรือพัดลมเป่าจ่อ  ไม่ได้ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเพียงพอ   การดื่มหรืออาบน้ำเย็น    ตากฝน หรือสัมผัสอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว   จากร้อนเป็นเย็น  จากเย็นเป็นร้อน หรือมีคนรอบข้างที่ไม่สบายคอยแพร่เชื้อให้) หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคจมูกหรือไซนัสอักเสบเรื้อรัง ควรป้องกันไม่ให้อาการทางจมูกหรือไซนัสกำเริบ (โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการเช่น ความเครียด, การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ, อารมณ์เศร้า, วิตก,  กังวล,  เสียใจ, ของฉุน,  ฝุ่น,  ควัน,  อากาศที่เปลี่ยนแปลง และการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ  หรือ หวัด) เนื่องจาก ถ้ามีการอักเสบในโพรงจมูก จะส่งผลถึงรูเปิดของท่อยูสเตเชียน ซึ่งอยู่ที่โพรงหลังจมูก  ทำให้การทำหน้าที่ของท่อยูสเตเชียนผิดปกติไป เกิดปัญหาของหูดังกล่าว

     
  2. ถ้ามีอาการทางจมูก เช่น คัน, จาม, คัดจมูก, น้ำมูกไหล และจำเป็นต้องขึ้นเครื่องบิน ควรใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการทางจมูก เช่น รับประทานยาแก้แพ้ (antihistamine), ยาหดหลอดเลือด (oral decongestant เช่น pseudoephedrine)  และ/หรือใช้ยาสตีรอยด์พ่นจมูก (intranasal steroids) หรือยาหดหลอดเลือด (topical decongestant เช่น ephedrine, oxymetazoline) พ่นจมูก อาจร่วมกับการล้างจมูก (nasal irrigation) และ/หรือการสูดไอน้ำร้อน (steam inhalation) และปฏิบัติตนให้ถูกต้อง (เช่น พยายามหลีกเลี่ยงอากาศเย็น โดยเฉพาะแอร์  พัดลมเป่า   การดื่มหรืออาบน้ำเย็น   ถ้าต้องการเปิดแอร์  ควรตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้สูงกว่า 25 องศาเซลเซียสเพื่อไม่ให้อากาศเย็นจนเกินไป    ในกรณีที่ใช้พัดลมไม่ควรเปิดเบอร์แรงสุด และควรให้พัดลมส่ายไปมา    ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศจากเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมโดยตรง  ควรนอนอยู่ห่างจากเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมพอสมควร หรือไม่ให้อยู่ในทิศทางของลม    ไม่ควรเปิดแอร์หรือพัดลมจ่อ   ควรให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายให้เพียงพอ เช่น นอนห่มผ้า  ถ้าจะให้ดี ควรใส่ถุงเท้า หรือผ้าพันคอ เวลานอนด้วย    ในกรณีที่ไม่ชอบห่มผ้าหรือห่มแล้วชอบสะบัดหลุดโดยไม่รู้ตัว ควรใส่เสื้อหนาๆ หรือใส่เสื้อ 2 ชั้น และกางเกงขายาวเข้านอน)    เพื่อทำให้การอักเสบภายในจมูกลดน้อยลง และหายเร็วที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้เยื่อบุรอบรูเปิดท่อยูสเตเชียนยุบบวมลง  ทำให้ท่อยูสเตเชียนกลับมาทำงานปกติได้เร็วขึ้น  หลีกเลี่ยงการหลับในขณะเครื่องบินขึ้นหรือลง เพราะขณะกำลังหลับ ท่อยูสเตเชียนจะปิดตลอดเวลา และในขณะที่เครื่องบินเปลี่ยนระดับ (เพิ่ม หรือลดเพดานบิน) ควรนั่งอยู่ในท่าตรง และถ้าอยู่ในท่านอน ท่อยูสเตเชียนจะเปิดได้ยากกว่าท่านั่ง  นอกจากนั้นควรรับประทานยาหดหลอดเลือด (oral decongestant) ก่อนเครื่องบินขึ้น หรือลงประมาณ ½ ชั่วโมง และ/หรือใช้ยาหดหลอดเลือด (topical decongestant) พ่นจมูกก่อนเครื่องบิน ขึ้น หรือลงประมาณ  5 นาทีด้วย

     
  3. นอกจากนั้น ควรทำให้ท่อยูสเตเชียนทำงานเปิด ปิดอยู่ตลอด ระหว่างเครื่องบินขึ้นหรือลง เช่น 
    • เคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อให้มีการกลืนน้ำลายบ่อยๆ ซึ่งขณะกลืนน้ำลาย  จะมีการเปิดและปิดของท่อยูสเตเชียน
    • ทำ Toynbee maneuver คือบีบจมูก 2 ข้าง และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง (ท่อยูสเตเซียนจะปิด) และเอามือที่บีบจมูกออก และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง (ท่อยูสเตเซียนจะเปิดและปิด)  ขณะที่เป็นหวัด หรือไซนัสอักเสบซึ่งมีการติดเชื้อในจมูก ไม่ควรบีบจมูก และเป่าลมให้เข้ารูเปิดของท่อยูสเตเชียน (Valsalva maneuver) เพราะจะทำให้เชื้อโรคในจมูกเข้าไปสู่หูชั้นกลางได้
  4. ถ้าได้ป้องกันอาการของหูก่อนขึ้น ลงเครื่องบินดังข้อ 2 แล้ว ยังมีอาการทางหูอยู่ อาจพ่นยาหดหลอดเลือดเข้าไปในจมูกอีกทุก 10 -15 นาที และทำให้ท่อยูสเตเชียนทำงานเปิด-ปิด อยู่ตลอด ดังอธิบายไว้แล้วในข้อ 3   ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาเรื่องหู เวลาขึ้น ลงเครื่องบิน ควรพกยาหดหลอดเลือดชนิดพ่นและชนิดรับประทานไว้ด้วยเสมอ

เท่านี้..การเดินทางก็จะราบรื่น ปราศจากอาการของหู ที่จะรบกวนอีกต่อไป

   

Download File